sarocha's profileJoyDavid in SpacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
JoyDavid in Space |
||||
|
October 14 อัพเดทซะที อิอิไม่ได้อัพซะนาน เลยขอมาอัพซะหน่อย
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 50 ที่ผ่านมาก็เพิ่งครบรอบที่เราเริ่มคบกับเดวิดไป ปีนี้ก็เป็นปีที่ 8 แล้วค่า นานแล้วเนอะแต่รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นานเอง
เจอกันตั้งแต่ตอนเอ็นแล้วครั้งแรกก็ตอนไปสอบตรงที่เกษตรฯ แล้วก็ตอนสอบทฤษฎีที่จุฬาอีก แต่เราก็ไม่ได้จำหน้าหรอกเพราะจำหน้าใครไม่เก่งอยู่แล้ว แล้วก็มาสอบเข้ามศว.ด้วยกันอีก
แรกๆก็ไม่ได้ประทับใจอะไรหรอก ดั๊นไปชอบเพื่อนอีกคนซะด้วยซ้ำ แต่พอรับน้องด้วยกันไปซักเดือนนึงความรู้สึกประทับใจแรกคือ เออ ตานี่น่าเอ็นดูดีเนอะ
เห็นแล้วมันหมั่นเขี้ยวอ่ะอยากหยิกแก้มซะที เพื่อนผู้หญิงอีกหลายคนก็เป็นนะ แบบว่าน่าเอ็นดูเหมือนเด็กๆไม่ก็หมาตัวใหญ่ๆอ่ะ เห็นแล้วมันอยากจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงซะที
เลยขอเป็นพี่สาวกับน้องชายกัน ต่อมาก็มาคบกันจริงๆซะนี่ อิอิ (เห็นมันเป็นพี่น้องกันกี่คู่ ไม่เห็นมันรอดซะรายนิ 555)
รำลึกความหลังซะเหมือนคนแก่เลยนิ แต่ก็อยากบอกว่า รักเหมือนเดิมนะ เด็กโง่ อิอิ (เมื่อไหร่จะมาขอย่ะ รอจนจะขึ้นคานแล้วนะ)
![]() September 10 "Do Re Mi" เพลงนี้ยังมีมนต์ขลัง" Doe,A deer,a female deer. คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักเพลงนี้แน่นอน อย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยิน หรือเคยร้องที่ร.ร.ตอนเด็กๆแน่ๆ จริงมั๊ยค่ะ? ตอนนั้นก็ยังไม่แปลกใจเท่าไหร่นะ คิดว่าน้องเค้ารู้จักเพลงนี้อยู่แล้วพอได้ยินเลยเดินมาฟังละมั๊ง แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเรื่องคล้ายๆอย่างนี้ขึ้นอีกค่ะ จอยจะมีไปสอนนักเรียนที่บ้านนี้กับเดวิดทุกวันพุธ เดวิดสอนคนพี่ชาย จอยสอนคนน้องสาวซึ่งอายุแค่ 5 ขวบเรียนเปียโนเด็กเล็ก ก็ไม่มีไรหรอกคะแค่อยากเล่าสู่กันฟัง แต่เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลง(รวมทั้งตัวหนังด้วย)ที่จอยว่าไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ยังคงมี "มนต์ขลัง" อยู่เสมอเลยคะ ลองเปิดเพลงฟังที่windowmediaข้างๆแล้วร้องตามด้วยก็ได้นะคะ Let's start at the very beginning August 15 สุขสันต์วันแม่ (ย้อนหลัง) กับมื้อเย็นเพื่อแม่ค่ะมาอัพเดทช้าไปหน่อย เพราะไม่รู้เกิดอะไรขึ้นเข้าสเปซมาแล้วมันเอ๋อๆ รูปไม่ยอมขึ้นแถมเดี๋ยวก็เปิดไม่ขึ้นซะงั้น เพิ่งจะมาใช้ได้ก็วันนี้เองค่ะ ยังไงก็ขอบอกว่า "สุขสันต์วันแม่" นะคะทุกคน
วันแม่ปีนี้จอยลงมือทำอาหารให้คุณแม่ฉลองวันแม่ค่ะ เป็นครั้งแรกที่ได้ทำข้าวเย็นให้คุณแม่ทานฉลองวันแม่ เพราะปกติวันหยุดทีพ่อแม่หายทีค่ะ เหอๆ
แต่เนื่องจากเวลาน้อย(เพราะตื่นสาย แหะๆ) ก็เลยเปิดตำราหาเมนูที่ทำไม่ยากมาก ไม่งั้นกว่าจะวิ่งไปซื้อกว่าจะทำเสร็จสงสัยจะได้ทานกันตอน 4 ทุ่มแน่เลยคะ อิอิ
สำรับเสร็จออกมาเป็นดังนี้คะ แต่นแต๊น อ้าว มือใครละนั่น ตอนกดชัตเตอร์ไม่ทันเห็นง่ะ แหะๆ
ลองมองตามขึ้นไป....เมนูแรกที่จะเจอคือนี่ค่ะ "Duchesse potatoes" เมนูวันนี้ตามใจคุณแม่อยู่ 3 อย่างค่ะ จานนี้เป็นอย่างหนึ่งที่ทำเพราะคุณแม่บอกว่าอยากทานมันบดแบบที่อบด้วย เปิดตำรามาก็เจอเมนูนี้เลยลองทำดู
ปัญหามันอยู่ที่ว่า...จริงๆมันต้องออกมาเป็นแบบ 4 ชิ้นแรกอ่ะคะ แต่เนื่องจากถุงบีบก็หาไม่เจอต้องใช้ถุงใส่อาหารแทน แถมหัวบีบที่มีก็เล็กเกินไปเลยบีบไม่ค่อยออก ได้มา 4 ดอก แต่ถุงแตกไป 4 ถุงเลยเลิกค่ะ บีบเป็นกลมๆแทนแต่ก็ออกมาเหมือน....เอ่อ ไม่พูดดีก่า เหอๆๆ รสชาติใช้ได้คะ จะได้หวานธรรมชาติจากมันฝรั่ง และ รสเค็มอ่อนๆจากพามีซานชีส โรยเกลือก่อนจะทานอีกหน่อยอร่อยดี แต่ถ้าบีบเป็นดอกๆได้หมดจะดีกว่าคะ เพราะมันจะมีความกรอบจากตรงขอบที่เกรียมๆอีกหน่อย จานต่อมาเป็นเมนูไก่ตามใจคุณพ่อคะ เพราะพ่อชอบทานไก่มากกกกกกกก แต่วันนี้เหงือกเจ็บแทะเป็นตัวไม่ไหวเลยทำเป็นชิ้นๆดีก่า ซื้อตำราทำอาหารจานไก่มาทำให้พ่อโดยเฉพาะเลยนะนี่ อิอิ
เมนูนี้คือ "Chicken Diane" ค่ะ จริงเค้าให้ใช้ไก่ส่วนสะโพกแต่เนื่องจากพ่อชอบทานอกไก่มากกว่าเลยตามใจ แต่ออกมาไม่ค่อยจะเวิร์กสักเท่าไหร่คะเพราะอกชิ้นมันหนา+ใหญ่ไปหน่อยอ่ะ ซอสก็ทำออกมาน้อย+ตั้งไฟนานไปหน่อย แหะๆ แต่รสชาติใช้ได้ค่า อร่อยๆ ![]() "ซุปมะเขือเทศ" ตามใจคุณแม่ค่ะ แต่เมนูนี้ไม่ได้ทำเอง ซื้อซุปกระป๋องของแคมป์เบลส์มาผสมน้ำแล้วอุ่นเอาค่ะ แต่อร่อยดีคะ
สีแดงแรงฤทธิ์อย่างแรงนิ อิอิ ![]() ไร้ผักก็ได้สารอาหารไม่ครบหมู่ เพราะฉะนั้นต้องมีสลัดผักสดๆ(จากถุง)มาแนมค่ะ น้ำสลัดเลือกตามชอบ
![]() เห็นครบทุกเมนูแล้ว ก็มาเริ่มดูสูตรกันบ้าง วันนี้ง่ายทุกเมนูค่ะ ลองเอาไปทำได้เลยนะคะ
มาเริ่มที่สูตรมันบดอบก่อน สูตรจากหนังสือเล่มนี้ค่ะ
![]() "Duchesse potatoes"
ส่วนผสม 1. มันฝรั่ง 1 ก.ก. ปอกเปลือก สับหยาบๆ (จริงๆเค้าระบุให้ใช้พันธุ์ Nicola,Coliban หรือLosadaก็ได้ แต่หาไม่ได้ซักพันธุ์เลยใช้ธรรมดานี่แหละคะ) 2. ไข่แดง 3 ฟอง 3. เนยละลาย 100 กรัม วิธีทำ 1. อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส และ ทาเนยปูกระดาษบนถาดอบเตรียมไว้ 2. ต้มมันฝรั่ง (อาจนึ่งหรือใส่ไมโครเวฟก็ได้) จนนิ่ม ![]() ระหว่างต้มก็มาเตรียม เนยละลาย กับแยกไข่แดง ไข่แช่เย็นจะแยกได้ง่ายกว่านะคะ ทิ้งไว้พอบดมันเสร็จก็หายเย็นพอดี
![]() ![]() วิธีเช็คว่ามันนิ่มหรือยังก็ลองตักมันขึ้นมา 1 ชิ้นแล้วเอาใส่ปาก....เอ๊ย พอดีปากพอง อิอิ ใช้ส้อมหรือไม้จิ้มฟันลองจิ้มดูนะคะ
3. สุกแล้วก็เทน้ำออก จะผ่านกระชอนก็ได้ เพราะยังไงเดี๋ยวเราก็จะmash หรือบดผ่านตะแกรงอยู่แล้วค่ะ ก็แบ่งบดสัก 2- 3 รอบก็ได้คะ ถ้าได้ชามก้นลึกหน่อยก็ดีคะไม่ต้องยกให้เมื่อย แล้วก็ออกแรงตะบี้ตะบันเข้าไป แล้วก็ขูดออกจากก้นตะแกรงคะ ระวังมันที่ยังเป็นชิ้นจะติดช้อนลงไปในชามด้วยนะคะมันจะมาแย่เอาตอนบีบง่ะ เหอๆ เจอมาแล้ว ![]() พยายามรีบบดตอนที่มันยังร้อนอยู่นะคะ อย่าปล่อยให้เย็นก่อนค่อยบด
หลังจากบดมันกล้ามขึ้นมาไปแล้วเราก็ผสมไข่แดงและเนยละลายลงไปเลยค่ะ ในหนังสือเค้าแนะนำว่า สามารถใส่พามีซานชีสแบบขูดละเอียด(แบบที่โรยหน้าพิซซ่า) 1/2 ถ้วย ลงไปตอนผสมได้คะ เราก็ใส่คะ หอมๆเค็มอ่อนๆดี อิอิ ใครอยากใส่เกลือหรือพริกไทยปรุงรสเพิ่มก็ได้นะคะ หรือจะลิ้มรสชาติแบบธรรมชาติ แล้วมาโรยเกลือตอนทานอีกทีก็ได้คะ ผสมแล้วออกมาเป็นงี้คะ ![]() 4. ตักส่วนผสมมันฝรั่งใส่ลงในถุงบีบใหญ่ หัวบีบรูปดาวขนาด 1 ซ.ม. บีบเหมือนบีบแอแคลร์แลยค่ะ ให้ขนาดใหญ่ซัก 3 ซ.ม.
5. นำเข้าเตาอบ 30 นาที หรือจนกระทั่งเป็นสีน้ำตาลสวยค่ะ ของจอยอบไฟบนล่างไปก่อนพอเหลืออีกซัก10-15 นาที ก็เปิดแค่ไฟบนค่ะ ![]() พี่ชายเดินเข้ามาดู แล้วก็ยืนอึ้ง...พร้อมเงยหน้าขึ้นมาถามว่า....อุนจิอบเหรอ.....เฮ้อ เซ็ง ซิกๆ ทำออกมาได้สวยๆแค่ 3-4อันเองค่ะ ไว้คราวหน้าไปซื้อถุงกับหัวบีบใหม่แล้วจะมาลองทำอีกทีค่ะ
วิธีทำไม่ยากเลยใช่มั๊ยค่ะ ลองทำดูนะคะ อร่อยไปอีกแบบค่ะ มาดูเมนูไก่กันต่อเลยค่า สูตรจากเล่มนี้ค่า สารพัดเมนูไก่
![]() "Chicken Diane"
ส่วนผสม 1. สะโพกไก่เลาะกระดูก 8 ชิ้น (จอยใช้ สะโพก 4 อก 3) 2. เนย 90 กรัม 3. กระทียม 2 กลีบ บุบๆหน่อย ส่วนผสมซอส 1. วูสเตอร์ ซอส (เขียนWorcestershire ทำไมอ่านวูสเตอร์ง่ะ งง เหอๆ) 2. ใบพาร์สลี่สับ 2 ช้อนโต๊ะ (ไม่มีใช้แห้งได้ค่ะ) 3. ซาวร์ ครีม 1/3 ถ้วย 4. ครีม 2 ช้อนโต๊ะ (วิปปิ้งครีมได้ค่ะ) เกลือและพริกไทยดำบดเพื่อปรุงรส
วิธีทำ
1. ล้างไก่แล้วตัดเอาไขมันกับเส้นเลือดเส้นเอ็นออก 2. ถ้าใช้พาร์สลีสด ก็สับเอาไว้ก่อนเลยค่ะ 3. เปิดไฟกลาง ละลายเนยในกระทะ แล้วใกระเทียมลงไป 4. ใส่ไก่ลงในกระทะ วางด้านหนังลงก่อนนะคะหนังจะได้กรอบหน่อย ทอดด้านละ 4 นาที หรือจนกว่าจะสุก แล้วเอาขึ้นมาพักใส่จานไว้ก่อน จอยใช้อกด้วยจะทอดนานกว่าเพราะมันหนากว่าเยอะเลยค่ะ
พอทอดไก่เสร็จหมดก็ลงมือทำซอสเลยค่ะ
วิธีทำซอส ใช้กระทะใบเดิมถ้ามีน้ำมันออกมาเยอะให้เทออกไปบ้างนะคะ แล้วใส่วูสเตอร์ซอส ,พาร์สลี่ ,ครีมทั้ง 2 อย่างลงไปตั้งไฟกลาง คนให้เข้ากันประมาณ 1 นาทีปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยดำ ในสูตรบอกให้เอาไก่ใส่กลับลงในกระทะแล้วคลุกให้ซอสเคลือบไก่ไว้ แต่จอยว่าเอาซอสใส่ถ้วยดีกว่า เพราะบางคนอาจจะชอบใส่มากใส่น้อยจะได้ทานได้สะดวกกว่าค่ะ น้ำมันยังเยอะไปอยู่เลยค่ะ พอเทใส่ถ้วยแล้วยังต้องตักออกอีกอ่ะ เหอๆ ![]() ไม่ยากเลยใช่มั๊ยค่ะ ทั้ง 2 สูตร อร่อยด้วยนา ขอบอก อิอิ
เมนูต่อมายิ่งง่ายใหญ่ ซุปมะเขือเทศของแคมป์เบลส์ค่ะ แค่เปิดกระป๋องเทใส่หม้อ แล้วเติมน้ำลงไปในปริมาณเท่ากัน แล้วก็ตั้งไฟคนผสมจนเดือดก็ทานได้แล้วค่ะ อิอิ
ใส่ครูตรองด้วยก็อร่อยดีค่ะ เอามันบดมาจุ่มกินก็อร่อยดีน้า อิอิ
แถมท้ายด้วยของขวัญวันแม่ที่จอยซื้อให้แม่ปีนี้ ตุ๊กตาน้องเต่าค่ะ เห็นมันน่ารักดีเลยคิดถึงแม่ขึ้นมาเลยคะ ส่วนใหญ่จะซื้อของเดี่ยวกับทะเลให้แม่เพราะแม่ชอบดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจค่ะ สุดท้ายนี้ขอบอกแม่ว่า แม่จ๋ามีความสุขมากๆนะคะ อายุยืนเหมือนน้องเต่าเลยนะคะ อิอิ รักแม่จ้า ![]() July 11 เคล็บลับของเค้กส้มJoydavidจะว่าเคล็บลับมันก็ไม่ใช่หรอกนา แต่ตอนเอาไปให้ที่ร.ร.เคพีเอ็นทาน เพื่อนๆจะชอบกันมากตรงที่กัดตรงไหนก็เจอส้ม เห็นคนทานชอบคนทำก็มีความสุข อิอิ
เคล็บลับความอร่อยจริงๆ ไม่ว่าจะทำขนมหรือของคาวก็มีอยู่แค่นี้แหละคะ อยากเห็นคนทานมีความสุข ยิ้มแย้ม ตอนที่ทานอาหารที่เราทำ
เพราะฉะนั้นตอนที่ทำต้องใส่ความรู้สึกแบบนี้ลงไปด้วย ใส่ความรักลงไปอีกเยอะๆ บวกกับฝีมือที่มีอยู่นิดหน่อยแค่นี้ก็ทำให้ขนมอร่อยขึ้นมาแบบคาดไม่ถึงแล้วล่ะคะ (คนทำก็คิดไม่ถึงว่าจะอร่อย เหอๆๆ)
ที่นี้มาดูเคล็ดลับที่กัดตรงไหนก็เจอส้มกัน ถ้าพูดกันตามจริงก็มีการขี้โกงอยู่เหมือนกันอ่ะนะ
ก็แหม...จะให้ใส่ส้มลงไปเยอะๆจริงๆก็ตายเหมือนกันนา กระปุกหนึ่งก็ไม่พอหรอกคะ ทุนก็ไม่ได้มีเยอะ มาลองดูกันดีกว่าว่าทำยังไง
ส่วนสูตรเค้กคงไม่ลงให้นะคะ ตามไปดูที่ต้นสูตรกันเลยดีกว่า http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=monnira&month=11-2006&date=06&group=60&blog=1
แต่ที่จอยทำอาจจะไม่เหมือนเค้าเป๊ะๆ เพราะคนละสำนักกัน จอยเลยใช้วิธีทำแบบของร.ร. อ.ยิ่งศํกดิ์ค่ะ
ดู๊ ตาเดวิด บอกให้ถ่ายเค้ก มาถ่ายสิวคนทำซะงั้น เดี๊ยะเหอะ
หลังจากตัวเค้กและหน้าเค้กเย็นหมดแล้วก็มาลงมือตัดแบ่งออกเป็น 2 ชั้น แล้วก็เอาหน้าเค้กปาดลงไปให้ทั่วๆ
(ถ้าทำออกมาก้อนเดียว จะแบ่งเป็น 3 ชั้นเลยก็ได้ค่ะ แต่ของจอย ได้ 3 ปอนด์ กับ 2 ปอนด์อย่างละ 1 ก้อน ถ้าแบ่ง 3 ชั้นส้มไม่พออ่ะ)
จากนั้นก็เอาส้มในน้ำเชื่อม (ตรา โดล) ที่กรองน้ำออกแล้วพักให้สะเด็ดน้ำแล้ว มาเฉือนหั่นครึ่ง ไม่ต้องขาดจากกันก็ได้
![]() แล้วก็แบะมันออกมาแบบนี้
![]() แล้วก็วางเรียงลงไป
ผ่าแล้วเรียงลงไปจนเต็มพื้นที่
![]() แล้วก็เอาหน้าเค้กโป๊ะๆหยอดๆทับลงมาอีกชั้น ตามร่องระหว่างส้มแต่ละชิ้นก็หยอดลงไปด้วยจะได้ฉ่ำๆแน่นๆคะ ขอบๆด้วยนะคะ อันนี้ลืมอ่ะ
![]() ที่เหลือก็แค่ เอาเนื้อเค้กอีกชั้นมาวางลงไปแล้วจัดการแต่งหน้าแต่งตา(เค้ก)ให้สวยงาม ตามความชอบเลยคะ จริงๆวันนั้นทำหน้าเค้กพลาดไปหน่อยคะ ออกมาเหลวมาก
เลยแต่งเค้กออกมาค่อยข้างแย่ ปาดแล้วก็ไหลลลลล มานองอยู่ข้างล่าง เซ็งมากๆ
![]() อันนี้ชิ้นเล็กจะเห็นชัดเลยว่า ข้างๆไม่ค่อยมีหน้าเค้กสักเท่าไหร่ มันลงไปนองข้างล่างหมด ซิกๆ
![]() ก้อนใหญ่ทำไปให้คุณแม่ของเพื่อน เนื่องในวันเกิดคะ
เห็นคุณแม่ดีใจ เราก็เป็นปลื้ม อิอิ
มาทานด้วยกันมั๊ยคะ ^_^ ![]() June 14 Happy Birthday to my Brotherเมื่อวันที่ 11 มิย. เป็นวันเกิดพี่ชายเราเอง ก็เลยทำเค้กให้อีกเช่นเคย ต่อไปนี้วันเกิดใครก็คงจะทำเค้กเองแล้วล่ะ จะได้ไม่ต้องซื้อ
ตอนนี้ก็เริ่มมีโครงการว่าจะทำเค้กให้สั่งและ เพราะเอาไปให้เพื่อนๆที่KPNทานแล้วติดใจกันหลายคน มีคนอยากสั่งด้วย
ต่อไปอาจจะได้ทำเค้กส่งขายจริงๆแล้ว อิอิ ถ้าทำขายเมื่อไหร่ อย่าลืมอุดหนุนกันนะจ้ะ
ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะทำเค้กไรดี เล็งๆไว้ก็เป็นเค้กช็อคหน้านิ่ม แต่เวลาไม่อำนวยเพราะจะไปทานบุฟเฟ่กันตอนเที่ยง เลยต้องหาอะไรที่ขั้นตอนไม่ยุ่งยากซะหน่อย ที่เล็งว่าจะลองทำมานานแล้วก็ นี่เลย "Japanese Cotton Cheesecake"
บางคนอาจจะเคยท่านชีสเค้กอบของร้าน Uncle Miki ที่เอสปานาด หรือ ของ..ไม่แน่ใจอาจจะเบรด ปาป๊า ที่เป็นชีสเค้กเนื้อนุ่มฟู คล้ายเค้กสปันจ์
พอดีซื้อครีมชีสมาเก็บไว้นานแล้ว ใกล้จะหมดอายุแล้วด้วยเลยลองทำดีก่า
สูตรจ้า ลงเต็มๆไปก่อนเดี๋ยวดูตามรูปไปอีกทีนะจ้ะ
Japanese Cotton Cheesecake มาดูรูปตามกันไปเลยจ้า จะได้เข้าใจง่ายขึ้น ข้ามขั้นตอนแรกๆไปหน่อย กว่าจะนึกได้ว่าต้องถ่ายรูปด้วย แหะๆ
เอาพายยางสับๆบี้ๆคนๆ แต่เราทำแล้วไม่เนียนซะที ครีมชีสเป็นเม็ดๆ ก็เลยเอาลงมาใช้ตะกร้อมือตีๆๆๆๆๆซะเลย
เนียนซะ อิอิ
พอเนียนข้นแล้วก็พักไว้ให้เย็นลง ระหว่างนี้ก็ไปร่อนแป้ง แยกไข่แดง-ไข่ขาวซะ วิธีแยกง่ายๆค่ะ เอาไข่ที่แช่เย็นไว้มาตอกใส่ชามสะอาดไม่มีคราบไขมัน ตอก 1 ฟอง อย่าให้ไข่แดงแตกนะคะ แล้วเอามือสะอาดๆช้อนไข่แดงไปใส่อีกชาม ไข่ขาวเราก็เทลงชามสแตนเลสสะอาดๆอีกใบไปเลย แล้วก็ตอกฟองต่อๆไปเหมือนเดิม โดยมีชามใบกลางที่ใช้ตอกไข่ตลอด เผื่อถ้าตอกไข่แดงแตกจะได้ไม่เสียทั้งหมด ฟองที่แตก+ชามก็โดนไข่แดงไปแล้วก็เก็บไว้ทำไข่เจียวไปเลย อย่าเอามาใช้รวมกันเด็ดขาด เพราะไข่แดงก็คือไขมันนั่นเอง ถ้าไข่ขาวโดนไขมัoแล้วจะตีไม่ขึ้นนะจ้ะ จำไว้ ที่ให้ใช้ไข่ที่เพิ่งออกจากตู้เย็นก็เพราะ ไข่แดงซึ่งเป็นไขมันเนี่ยมันจะจับตัวกันแน่น ช้อนออกมาง่ายกว่าไข่ไม่แช่เย็นค่ะ แต่ตอนที่เอามาตีไข่ขาวต้องหายเย็นแล้วนา ตอกไว้แล้วก็เอาพลาสติกหรือแร็บปิดหน้าไว้ด้วยจะได้ไม่แห้ง อันนี้มาแตกตอนเอาลงชามนี้นะคะ ยังไม่ปนกับไข่ขาว
พอส่วนผสมครีมชีสเริ่มอุ่นก็ใส่แป้งลงไป
ตามด้วยไข่แดงและน้ำมะนาว เอาพายยางสับๆตะล่อมๆจนเข้ากัน ถ้าไม่ทันใจก็ใช้ตะกร้อมืออันเดินตีๆๆๆๆให้เข้ากัน อย่านานมากนะคะ เดี๋ยวเค้กออกมาเนื้อเหนียวเกิน
จากนั้นก็หันมาตีไข่ขาวกัน ใครไม่มีเครื่องตีก็ใช้ตะกร้อมือก็ได้ค่ะแต่ต้องสะอาดไม่เปื้อนไขมันนะคะ อันใหญ่ๆจะตีฟูง่ายกว่าค่ะ ใส่ครีม ออฟ ทาทาร์ลงไป แล้วลงมือตี
พอเริ่มฟูมีฟองก็เทน้ำตาลลงไปเลย แล้วตีต่อจนไข่ขาวฟูข้น ตั้งยอด ถ้าใช้เครื่องก็ปรับความเร็วสูงสุดไปเลย พอเริ่มตั้งยอดก็ปรับความเร็วต่ำเพื่อตัดฟองอากาศ
วิธีดูตั้งยอดก็ยกตะกร้อขึ้นมาตรงๆ แล้วตั้งส่วนตะกร้อขึ้นไข่ขาวจะตั้งยอดแหลมแบบนี้ ไม่เหลวหยดกลับลงไป ประมาณนี้ค่ะ
แล้วก็ตักแบ่งไข่ขาวมามาผสมกับส่วนผสมครีมชีส แบ่งเป็นสามส่วนนะคะ ผสมทีละส่วนอย่างเบามือ ตะล่อมโดยเอียงโถ 45 องศา ใช้พายยางตักช้อนให้ถึงก้นโถแล้วยกขึ้นบนทำเบาจนเข้ากันแล้วก็ผสมส่วนที่2-3 จนเข้ากันดี อย่าผสมแรงนาไม่งั้นไข่ขาวที่อุตส่าห์ตีมาจะแฟ่บหมด เค้กก็ไม่ฟู เพราะสูตรนี้ไม่มีผงฟู ฟูด้วยไข่ขาวเท่านั้นค่ะ พอเข้ากันดีก็เทใส่พิมพ์ เราใช้พิมพ์ 2 ปอนด์ เกือบเต็มเลย คราวหน้าจะลองพิมพ์ 3 ปอนด์ดูน่าจะพอดีกว่า
เนื่องจากเตาอบที่บ้าน ถ้าเปิดไฟล่างอย่างเดียวมันจะมีพัดลมด้วย เลยเปิดไฟบนล่างแล้วเอาฟอยล์ปิดเอา แต่นี่แหละข้อผิดพลาดใหญ่หลวงในครั้งนี้ ซิกๆ อ้อ..อย่าลืมเทน้ำใส่ถาดก่อนอบด้วยนะจ้ะ
พอครบ 35นาทีตามสูตร เราก็ไปดึงฟอยล์ออก....ผลคือ...หน้าแหกยับเลย ฮือๆๆๆ มันฟูขึ้นมาติดฟอยล์ง่ะ คราวหน้าต้องหาวิธีใหม่และ
แต่พออบต่อไปซํกพัก ส่วนที่ยังไม่สุกมันก็ฟูขึ้นมากลบให้ พอถูไถค่ะ เหอๆๆ เปิดไฟบนอย่างเดียวแล้วตอนนี้ ชอบสีอ่อนเข้มแค่ไหนตามชอบเลยค่ะ
พอครบเวลา(ลองเช็คสุกเอาไม้จิ้มฟันจิ้มดูก่อนก็ได้ เพราะเตาอบแต่ละขนาด+รุ่นมันให้ความร้อนไม่เท่ากันอ่ะ) ก็ยังไม่ต้องไปขยับมันปล่อยมันทิ้งไว้ในเตาครึ่งช.ม.ก่อน เค้กจะยุบลงมาอีก แต่ของเรามันยุบน่าเกลียดง่ะ บนๆเล็กล่างๆใหญ่ เหอๆ มาดูก้นกันบ้าง เปิดละน้า~~~
ก้นขาวเนียนน่าเจี๊ยเจง~~~
กลับมาสู่ความเป็นจริง หน้าตาดูไม่ได้เลยวุ้ย ถ้ามีบลูเบอรี่ หรือใครจะทำซอสราดหน้าก็ได้นะคะ จะได้กลบหน้ามันหน่อย ซิกๆ จุดเทียนกลบหน้าตาได้นิด อิอิ
กลัวจืด ไม่มีซอสกินกับแยมก็ได้ เหอๆ
เจ้าของวันเกิด.....จะตัดเค้กหรืออะไรแน่เนี่ยท่านพี่....
ลงมือตัดได้~~~~
หน้าตาไม่ดีแต่รสชาติใช้ได้ค่ะ เนื้อข้างในเนียนกิ๊งเลย หุหุ นุ่มฟูเบาๆดีมีรสมะนาวด้วย ถ้าของร้านลุงมิกิ จะเป็นรสวนิลา ช็อคโกแลตฯลฯไปเลย คงไม่ได้ใส่น้ำมะนาว ทานตอนอุ่นๆก็ได้ทานตอนแช่เย็นก็อร่อยค่าเจ้าของวันเกิดแฮปปี้ค่ะ บอกอร่อย ชอบแบบนี้มากกว่าของลุงมิกิ หุหุ เป็นปลื้มมมมมมมมมมมมม บรรยากาศหลังมีปาตี้ที่บ้านทุกครั้ง.....ต้องต่อด้วยเล่นกอล์ฟเครื่องWiiกับพ่อ เหอๆๆ ขอให้ท่านพี่มีความสุขมากๆแล้วกันเด้อ หลังหายเจ็บเร็วๆ แต่งงานมีหลานมาให้อุ้มซะทีน้า รออยู่ อิอิ |
|||
|
|