sarocha's profileJoyDavid in SpacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 15

    สุขสันต์วันแม่ (ย้อนหลัง) กับมื้อเย็นเพื่อแม่ค่ะ

    มาอัพเดทช้าไปหน่อย เพราะไม่รู้เกิดอะไรขึ้นเข้าสเปซมาแล้วมันเอ๋อๆ รูปไม่ยอมขึ้นแถมเดี๋ยวก็เปิดไม่ขึ้นซะงั้น เพิ่งจะมาใช้ได้ก็วันนี้เองค่ะ  ยังไงก็ขอบอกว่า "สุขสันต์วันแม่" นะคะทุกคน 
     
    วันแม่ปีนี้จอยลงมือทำอาหารให้คุณแม่ฉลองวันแม่ค่ะ เป็นครั้งแรกที่ได้ทำข้าวเย็นให้คุณแม่ทานฉลองวันแม่ เพราะปกติวันหยุดทีพ่อแม่หายทีค่ะ เหอๆ
    แต่เนื่องจากเวลาน้อย(เพราะตื่นสาย แหะๆ) ก็เลยเปิดตำราหาเมนูที่ทำไม่ยากมาก ไม่งั้นกว่าจะวิ่งไปซื้อกว่าจะทำเสร็จสงสัยจะได้ทานกันตอน 4 ทุ่มแน่เลยคะ อิอิ  

    สำรับเสร็จออกมาเป็นดังนี้คะ แต่นแต๊น  
    อ้าว มือใครละนั่น ตอนกดชัตเตอร์ไม่ทันเห็นง่ะ แหะๆ 
     
    ลองมองตามขึ้นไป....เมนูแรกที่จะเจอคือนี่ค่ะ "Duchesse potatoes" เมนูวันนี้ตามใจคุณแม่อยู่ 3 อย่างค่ะ จานนี้เป็นอย่างหนึ่งที่ทำเพราะคุณแม่บอกว่าอยากทานมันบดแบบที่อบด้วย เปิดตำรามาก็เจอเมนูนี้เลยลองทำดู
    ปัญหามันอยู่ที่ว่า...จริงๆมันต้องออกมาเป็นแบบ 4 ชิ้นแรกอ่ะคะ แต่เนื่องจากถุงบีบก็หาไม่เจอต้องใช้ถุงใส่อาหารแทน แถมหัวบีบที่มีก็เล็กเกินไปเลยบีบไม่ค่อยออก ได้มา 4 ดอก แต่ถุงแตกไป 4 ถุงเลยเลิกค่ะ บีบเป็นกลมๆแทนแต่ก็ออกมาเหมือน....เอ่อ ไม่พูดดีก่า เหอๆๆ
    รสชาติใช้ได้คะ จะได้หวานธรรมชาติจากมันฝรั่ง และ รสเค็มอ่อนๆจากพามีซานชีส  โรยเกลือก่อนจะทานอีกหน่อยอร่อยดี
    แต่ถ้าบีบเป็นดอกๆได้หมดจะดีกว่าคะ เพราะมันจะมีความกรอบจากตรงขอบที่เกรียมๆอีกหน่อย
     
    จานต่อมาเป็นเมนูไก่ตามใจคุณพ่อคะ เพราะพ่อชอบทานไก่มากกกกกกกก แต่วันนี้เหงือกเจ็บแทะเป็นตัวไม่ไหวเลยทำเป็นชิ้นๆดีก่า ซื้อตำราทำอาหารจานไก่มาทำให้พ่อโดยเฉพาะเลยนะนี่ อิอิ

    เมนูนี้คือ "Chicken Diane" ค่ะ จริงเค้าให้ใช้ไก่ส่วนสะโพกแต่เนื่องจากพ่อชอบทานอกไก่มากกว่าเลยตามใจ แต่ออกมาไม่ค่อยจะเวิร์กสักเท่าไหร่คะเพราะอกชิ้นมันหนา+ใหญ่ไปหน่อยอ่ะ ซอสก็ทำออกมาน้อย+ตั้งไฟนานไปหน่อย แหะๆ แต่รสชาติใช้ได้ค่า อร่อยๆ
     
     
    "ซุปมะเขือเทศ" ตามใจคุณแม่ค่ะ แต่เมนูนี้ไม่ได้ทำเอง ซื้อซุปกระป๋องของแคมป์เบลส์มาผสมน้ำแล้วอุ่นเอาค่ะ แต่อร่อยดีคะ
    สีแดงแรงฤทธิ์อย่างแรงนิ อิอิ
    ไร้ผักก็ได้สารอาหารไม่ครบหมู่ เพราะฉะนั้นต้องมีสลัดผักสดๆ(จากถุง)มาแนมค่ะ น้ำสลัดเลือกตามชอบ
     
    เห็นครบทุกเมนูแล้ว ก็มาเริ่มดูสูตรกันบ้าง วันนี้ง่ายทุกเมนูค่ะ ลองเอาไปทำได้เลยนะคะ
    มาเริ่มที่สูตรมันบดอบก่อน สูตรจากหนังสือเล่มนี้ค่ะ
     
    "Duchesse potatoes"

    ส่วนผสม
    1. มันฝรั่ง   1  ก.ก.  ปอกเปลือก สับหยาบๆ (จริงๆเค้าระบุให้ใช้พันธุ์ Nicola,Coliban หรือLosadaก็ได้ แต่หาไม่ได้ซักพันธุ์เลยใช้ธรรมดานี่แหละคะ)
    2. ไข่แดง   3   ฟอง
    3. เนยละลาย 100 กรัม

    วิธีทำ
    1. อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส และ ทาเนยปูกระดาษบนถาดอบเตรียมไว้
    2. ต้มมันฝรั่ง (อาจนึ่งหรือใส่ไมโครเวฟก็ได้) จนนิ่ม
     
    ระหว่างต้มก็มาเตรียม เนยละลาย กับแยกไข่แดง ไข่แช่เย็นจะแยกได้ง่ายกว่านะคะ ทิ้งไว้พอบดมันเสร็จก็หายเย็นพอดี
     
    วิธีเช็คว่ามันนิ่มหรือยังก็ลองตักมันขึ้นมา 1 ชิ้นแล้วเอาใส่ปาก....เอ๊ย พอดีปากพอง อิอิ  ใช้ส้อมหรือไม้จิ้มฟันลองจิ้มดูนะคะ
    3. สุกแล้วก็เทน้ำออก จะผ่านกระชอนก็ได้ เพราะยังไงเดี๋ยวเราก็จะmash หรือบดผ่านตะแกรงอยู่แล้วค่ะ ก็แบ่งบดสัก 2- 3 รอบก็ได้คะ ถ้าได้ชามก้นลึกหน่อยก็ดีคะไม่ต้องยกให้เมื่อย แล้วก็ออกแรงตะบี้ตะบันเข้าไป
    แล้วก็ขูดออกจากก้นตะแกรงคะ ระวังมันที่ยังเป็นชิ้นจะติดช้อนลงไปในชามด้วยนะคะ
    มันจะมาแย่เอาตอนบีบง่ะ เหอๆ เจอมาแล้ว
     
    พยายามรีบบดตอนที่มันยังร้อนอยู่นะคะ อย่าปล่อยให้เย็นก่อนค่อยบด
    หลังจากบดมันกล้ามขึ้นมาไปแล้วเราก็ผสมไข่แดงและเนยละลายลงไปเลยค่ะ ในหนังสือเค้าแนะนำว่า สามารถใส่พามีซานชีสแบบขูดละเอียด(แบบที่โรยหน้าพิซซ่า) 1/2 ถ้วย ลงไปตอนผสมได้คะ
    เราก็ใส่คะ หอมๆเค็มอ่อนๆดี อิอิ  ใครอยากใส่เกลือหรือพริกไทยปรุงรสเพิ่มก็ได้นะคะ หรือจะลิ้มรสชาติแบบธรรมชาติ แล้วมาโรยเกลือตอนทานอีกทีก็ได้คะ
    ผสมแล้วออกมาเป็นงี้คะ
     
    4. ตักส่วนผสมมันฝรั่งใส่ลงในถุงบีบใหญ่ หัวบีบรูปดาวขนาด 1 ซ.ม. บีบเหมือนบีบแอแคลร์แลยค่ะ ให้ขนาดใหญ่ซัก 3 ซ.ม.

    5. นำเข้าเตาอบ 30 นาที หรือจนกระทั่งเป็นสีน้ำตาลสวยค่ะ ของจอยอบไฟบนล่างไปก่อนพอเหลืออีกซัก10-15 นาที ก็เปิดแค่ไฟบนค่ะ
    พี่ชายเดินเข้ามาดู แล้วก็ยืนอึ้ง...พร้อมเงยหน้าขึ้นมาถามว่า....อุนจิอบเหรอ.....เฮ้อ เซ็ง ซิกๆ ทำออกมาได้สวยๆแค่ 3-4อันเองค่ะ ไว้คราวหน้าไปซื้อถุงกับหัวบีบใหม่แล้วจะมาลองทำอีกทีค่ะ
    วิธีทำไม่ยากเลยใช่มั๊ยค่ะ ลองทำดูนะคะ อร่อยไปอีกแบบค่ะ
     
    มาดูเมนูไก่กันต่อเลยค่า  สูตรจากเล่มนี้ค่า สารพัดเมนูไก่
     
    "Chicken Diane"

    ส่วนผสม
    1. สะโพกไก่เลาะกระดูก  8  ชิ้น (จอยใช้ สะโพก 4 อก 3)
    2. เนย 90 กรัม
    3. กระทียม 2 กลีบ บุบๆหน่อย
    ส่วนผสมซอส
    1. วูสเตอร์ ซอส (เขียนWorcestershire ทำไมอ่านวูสเตอร์ง่ะ งง เหอๆ)
    2. ใบพาร์สลี่สับ 2 ช้อนโต๊ะ (ไม่มีใช้แห้งได้ค่ะ)
    3. ซาวร์ ครีม  1/3 ถ้วย
    4. ครีม   2  ช้อนโต๊ะ (วิปปิ้งครีมได้ค่ะ)
    เกลือและพริกไทยดำบดเพื่อปรุงรส

    วิธีทำ
    1. ล้างไก่แล้วตัดเอาไขมันกับเส้นเลือดเส้นเอ็นออก
    2. ถ้าใช้พาร์สลีสด ก็สับเอาไว้ก่อนเลยค่ะ
    3. เปิดไฟกลาง ละลายเนยในกระทะ แล้วใกระเทียมลงไป
    4. ใส่ไก่ลงในกระทะ วางด้านหนังลงก่อนนะคะหนังจะได้กรอบหน่อย ทอดด้านละ 4 นาที หรือจนกว่าจะสุก แล้วเอาขึ้นมาพักใส่จานไว้ก่อน
    จอยใช้อกด้วยจะทอดนานกว่าเพราะมันหนากว่าเยอะเลยค่ะ

    พอทอดไก่เสร็จหมดก็ลงมือทำซอสเลยค่ะ

    วิธีทำซอส
    ใช้กระทะใบเดิมถ้ามีน้ำมันออกมาเยอะให้เทออกไปบ้างนะคะ แล้วใส่วูสเตอร์ซอส ,พาร์สลี่ ,ครีมทั้ง 2 อย่างลงไปตั้งไฟกลาง คนให้เข้ากันประมาณ 1 นาทีปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยดำ

    ในสูตรบอกให้เอาไก่ใส่กลับลงในกระทะแล้วคลุกให้ซอสเคลือบไก่ไว้ แต่จอยว่าเอาซอสใส่ถ้วยดีกว่า เพราะบางคนอาจจะชอบใส่มากใส่น้อยจะได้ทานได้สะดวกกว่าค่ะ
    น้ำมันยังเยอะไปอยู่เลยค่ะ พอเทใส่ถ้วยแล้วยังต้องตักออกอีกอ่ะ เหอๆ
     
    ไม่ยากเลยใช่มั๊ยค่ะ ทั้ง 2 สูตร อร่อยด้วยนา ขอบอก อิอิ

    เมนูต่อมายิ่งง่ายใหญ่ ซุปมะเขือเทศของแคมป์เบลส์ค่ะ แค่เปิดกระป๋องเทใส่หม้อ แล้วเติมน้ำลงไปในปริมาณเท่ากัน แล้วก็ตั้งไฟคนผสมจนเดือดก็ทานได้แล้วค่ะ อิอิ

    ใส่ครูตรองด้วยก็อร่อยดีค่ะ  เอามันบดมาจุ่มกินก็อร่อยดีน้า อิอิ

    แถมท้ายด้วยของขวัญวันแม่ที่จอยซื้อให้แม่ปีนี้ ตุ๊กตาน้องเต่าค่ะ เห็นมันน่ารักดีเลยคิดถึงแม่ขึ้นมาเลยคะ ส่วนใหญ่จะซื้อของเดี่ยวกับทะเลให้แม่เพราะแม่ชอบดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจค่ะ

    สุดท้ายนี้ขอบอกแม่ว่า แม่จ๋ามีความสุขมากๆนะคะ อายุยืนเหมือนน้องเต่าเลยนะคะ อิอิ รักแม่จ้า

    July 11

    เคล็บลับของเค้กส้มJoydavid

    จะว่าเคล็บลับมันก็ไม่ใช่หรอกนา แต่ตอนเอาไปให้ที่ร.ร.เคพีเอ็นทาน เพื่อนๆจะชอบกันมากตรงที่กัดตรงไหนก็เจอส้ม เห็นคนทานชอบคนทำก็มีความสุข อิอิ
    เคล็บลับความอร่อยจริงๆ ไม่ว่าจะทำขนมหรือของคาวก็มีอยู่แค่นี้แหละคะ อยากเห็นคนทานมีความสุข ยิ้มแย้ม ตอนที่ทานอาหารที่เราทำ
    เพราะฉะนั้นตอนที่ทำต้องใส่ความรู้สึกแบบนี้ลงไปด้วย ใส่ความรักลงไปอีกเยอะๆ บวกกับฝีมือที่มีอยู่นิดหน่อยแค่นี้ก็ทำให้ขนมอร่อยขึ้นมาแบบคาดไม่ถึงแล้วล่ะคะ (คนทำก็คิดไม่ถึงว่าจะอร่อย เหอๆๆ)
     
    ที่นี้มาดูเคล็ดลับที่กัดตรงไหนก็เจอส้มกัน  ถ้าพูดกันตามจริงก็มีการขี้โกงอยู่เหมือนกันอ่ะนะ
    ก็แหม...จะให้ใส่ส้มลงไปเยอะๆจริงๆก็ตายเหมือนกันนา กระปุกหนึ่งก็ไม่พอหรอกคะ ทุนก็ไม่ได้มีเยอะ มาลองดูกันดีกว่าว่าทำยังไง
    ส่วนสูตรเค้กคงไม่ลงให้นะคะ ตามไปดูที่ต้นสูตรกันเลยดีกว่า http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=monnira&month=11-2006&date=06&group=60&blog=1
    แต่ที่จอยทำอาจจะไม่เหมือนเค้าเป๊ะๆ เพราะคนละสำนักกัน จอยเลยใช้วิธีทำแบบของร.ร. อ.ยิ่งศํกดิ์ค่ะ
     
    ดู๊ ตาเดวิด บอกให้ถ่ายเค้ก มาถ่ายสิวคนทำซะงั้น เดี๊ยะเหอะ
     
    หลังจากตัวเค้กและหน้าเค้กเย็นหมดแล้วก็มาลงมือตัดแบ่งออกเป็น 2 ชั้น แล้วก็เอาหน้าเค้กปาดลงไปให้ทั่วๆ
    (ถ้าทำออกมาก้อนเดียว จะแบ่งเป็น 3 ชั้นเลยก็ได้ค่ะ แต่ของจอย ได้ 3 ปอนด์ กับ 2 ปอนด์อย่างละ 1 ก้อน ถ้าแบ่ง 3 ชั้นส้มไม่พออ่ะ)
     
    จากนั้นก็เอาส้มในน้ำเชื่อม (ตรา โดล) ที่กรองน้ำออกแล้วพักให้สะเด็ดน้ำแล้ว มาเฉือนหั่นครึ่ง ไม่ต้องขาดจากกันก็ได้
     
    แล้วก็แบะมันออกมาแบบนี้
     
    แล้วก็วางเรียงลงไป
     
    ผ่าแล้วเรียงลงไปจนเต็มพื้นที่
     
    แล้วก็เอาหน้าเค้กโป๊ะๆหยอดๆทับลงมาอีกชั้น ตามร่องระหว่างส้มแต่ละชิ้นก็หยอดลงไปด้วยจะได้ฉ่ำๆแน่นๆคะ ขอบๆด้วยนะคะ อันนี้ลืมอ่ะ
     
    ที่เหลือก็แค่ เอาเนื้อเค้กอีกชั้นมาวางลงไปแล้วจัดการแต่งหน้าแต่งตา(เค้ก)ให้สวยงาม ตามความชอบเลยคะ จริงๆวันนั้นทำหน้าเค้กพลาดไปหน่อยคะ ออกมาเหลวมาก
    เลยแต่งเค้กออกมาค่อยข้างแย่ ปาดแล้วก็ไหลลลลล มานองอยู่ข้างล่าง เซ็งมากๆ
     
    อันนี้ชิ้นเล็กจะเห็นชัดเลยว่า ข้างๆไม่ค่อยมีหน้าเค้กสักเท่าไหร่ มันลงไปนองข้างล่างหมด ซิกๆ

    ก้อนใหญ่ทำไปให้คุณแม่ของเพื่อน เนื่องในวันเกิดคะ

    เห็นคุณแม่ดีใจ เราก็เป็นปลื้ม อิอิ

     
    มาทานด้วยกันมั๊ยคะ ^_^

    June 14

    Happy Birthday to my Brother

    เมื่อวันที่ 11 มิย. เป็นวันเกิดพี่ชายเราเอง ก็เลยทำเค้กให้อีกเช่นเคย ต่อไปนี้วันเกิดใครก็คงจะทำเค้กเองแล้วล่ะ จะได้ไม่ต้องซื้อ
    ตอนนี้ก็เริ่มมีโครงการว่าจะทำเค้กให้สั่งและ เพราะเอาไปให้เพื่อนๆที่KPNทานแล้วติดใจกันหลายคน มีคนอยากสั่งด้วย 
    ต่อไปอาจจะได้ทำเค้กส่งขายจริงๆแล้ว อิอิ ถ้าทำขายเมื่อไหร่ อย่าลืมอุดหนุนกันนะจ้ะ
     
    ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะทำเค้กไรดี เล็งๆไว้ก็เป็นเค้กช็อคหน้านิ่ม แต่เวลาไม่อำนวยเพราะจะไปทานบุฟเฟ่กันตอนเที่ยง เลยต้องหาอะไรที่ขั้นตอนไม่ยุ่งยากซะหน่อย ที่เล็งว่าจะลองทำมานานแล้วก็ นี่เลย "Japanese Cotton Cheesecake"
    บางคนอาจจะเคยท่านชีสเค้กอบของร้าน Uncle Miki ที่เอสปานาด หรือ ของ..ไม่แน่ใจอาจจะเบรด ปาป๊า ที่เป็นชีสเค้กเนื้อนุ่มฟู คล้ายเค้กสปันจ์
    พอดีซื้อครีมชีสมาเก็บไว้นานแล้ว ใกล้จะหมดอายุแล้วด้วยเลยลองทำดีก่า
    สูตรจ้า ลงเต็มๆไปก่อนเดี๋ยวดูตามรูปไปอีกทีนะจ้ะ
     

    Japanese Cotton Cheesecake


    ส่วนผสม
    A) ครีมชีส 160 กรัม
    เนยสด 25 กรัม
    นมสด หรือ วิปปิ้งครีม 120 กรัม


    (B) แป้งบัวแดง 40 กรัม
    แป้งข้าวโพด 30 กรัม
    วนิลาผง 1 ชช.


    (C) ไข่แดง (เบอร์2) 4 ฟอง
    (D) น้ำมะนาว 1 ชต


    (E) ไข่ขาว 4 ฟอง
    ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/8 ชช
    น้ำตาลทราย 100 กรัม
    เกลือ (เล็กน้อย)


    วิธีทำ ..
    1 นำส่วนผสม (A)รวมกัน ทั้งหมด ตุ๋นรวมกันจนเนื้อ เนียน
    พักไว้จนส่วนผสมอุ่นๆ
    2 ร่อนส่วนผสม (B) เติมผสมกับ ข้อ 1
    3 หลังจากนั้นเติม (C) และ(D) ผสมกันจนเป็นเนื้อเดียว
    4 ตีส่วนผสม (E) จนกระทั้ง ตั้งยอด แล้วนำไปผสมกับส่วนข้อ 3
    ผสมอย่าเบามือ จนส่วนผสมเข้ากัน
    5 เทส่วนผสมทั้ง หมดลงในพิมพ์ ที่ทาเนยรองกระดาษทาเนยทับ
    นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 160 องศา c อบรองน้ำ 40-45 นาที
    35 นาทีแรก อบไฟล่างอย่างเดียว หลังจากชีสเค้กอยู่ตัว เปิดไฟบน อ่อนๆ
    จนหน้าเค้กเกิดสีตามชอบ ปิดไฟ แช่เค้กไว้ในเตาอบประมาณ 1/2 ชม

    มาดูรูปตามกันไปเลยจ้า จะได้เข้าใจง่ายขึ้น ข้ามขั้นตอนแรกๆไปหน่อย กว่าจะนึกได้ว่าต้องถ่ายรูปด้วย แหะๆ

    หลังจากชั่งตวงของเสร็จหมดแล้ว ก็จัดการเอาครีมชีสและเนยมาใส่ชามสแตนเลสทิ้งไว้จนนิ่ม (เราคลุมแร็บทิ้งไว้ก่อนจะออกไปทานข้าวเที่ยงอ่ะ) พอนิ่มแล้วก็เอาหม้อใส่น้ำลงไป ไม่ต้องเต็มนะคะ แค่ค่อนๆหม้อพอ ตั้งไฟจนน้ำเริ่มร้อนก็เอาชามครีมชีส+เนย+นมมาตั้งข้างบนหม้อ วิธีนี้เรียกว่า "ตุ๋น" ค่ะ ใช้เวลาละลายช็อคโกแลตก็ได้

    เอาพายยางสับๆบี้ๆคนๆ  แต่เราทำแล้วไม่เนียนซะที ครีมชีสเป็นเม็ดๆ

    ก็เลยเอาลงมาใช้ตะกร้อมือตีๆๆๆๆๆซะเลย 
     
    เนียนซะ อิอิ
     

    พอเนียนข้นแล้วก็พักไว้ให้เย็นลง ระหว่างนี้ก็ไปร่อนแป้ง แยกไข่แดง-ไข่ขาวซะ

    วิธีแยกง่ายๆค่ะ เอาไข่ที่แช่เย็นไว้มาตอกใส่ชามสะอาดไม่มีคราบไขมัน ตอก 1 ฟอง อย่าให้ไข่แดงแตกนะคะ แล้วเอามือสะอาดๆช้อนไข่แดงไปใส่อีกชาม ไข่ขาวเราก็เทลงชามสแตนเลสสะอาดๆอีกใบไปเลย แล้วก็ตอกฟองต่อๆไปเหมือนเดิม โดยมีชามใบกลางที่ใช้ตอกไข่ตลอด เผื่อถ้าตอกไข่แดงแตกจะได้ไม่เสียทั้งหมด ฟองที่แตก+ชามก็โดนไข่แดงไปแล้วก็เก็บไว้ทำไข่เจียวไปเลย อย่าเอามาใช้รวมกันเด็ดขาด เพราะไข่แดงก็คือไขมันนั่นเอง ถ้าไข่ขาวโดนไขมัoแล้วจะตีไม่ขึ้นนะจ้ะ จำไว้

    ที่ให้ใช้ไข่ที่เพิ่งออกจากตู้เย็นก็เพราะ ไข่แดงซึ่งเป็นไขมันเนี่ยมันจะจับตัวกันแน่น ช้อนออกมาง่ายกว่าไข่ไม่แช่เย็นค่ะ แต่ตอนที่เอามาตีไข่ขาวต้องหายเย็นแล้วนา ตอกไว้แล้วก็เอาพลาสติกหรือแร็บปิดหน้าไว้ด้วยจะได้ไม่แห้ง

    อันนี้มาแตกตอนเอาลงชามนี้นะคะ ยังไม่ปนกับไข่ขาว

     

    พอส่วนผสมครีมชีสเริ่มอุ่นก็ใส่แป้งลงไป

     

    ตามด้วยไข่แดงและน้ำมะนาว เอาพายยางสับๆตะล่อมๆจนเข้ากัน ถ้าไม่ทันใจก็ใช้ตะกร้อมืออันเดินตีๆๆๆๆให้เข้ากัน

    อย่านานมากนะคะ เดี๋ยวเค้กออกมาเนื้อเหนียวเกิน

    จากนั้นก็หันมาตีไข่ขาวกัน ใครไม่มีเครื่องตีก็ใช้ตะกร้อมือก็ได้ค่ะแต่ต้องสะอาดไม่เปื้อนไขมันนะคะ อันใหญ่ๆจะตีฟูง่ายกว่าค่ะ ใส่ครีม ออฟ ทาทาร์ลงไป แล้วลงมือตี

     

    พอเริ่มฟูมีฟองก็เทน้ำตาลลงไปเลย แล้วตีต่อจนไข่ขาวฟูข้น ตั้งยอด ถ้าใช้เครื่องก็ปรับความเร็วสูงสุดไปเลย พอเริ่มตั้งยอดก็ปรับความเร็วต่ำเพื่อตัดฟองอากาศ

     

    วิธีดูตั้งยอดก็ยกตะกร้อขึ้นมาตรงๆ แล้วตั้งส่วนตะกร้อขึ้นไข่ขาวจะตั้งยอดแหลมแบบนี้ ไม่เหลวหยดกลับลงไป ประมาณนี้ค่ะ

     

    แล้วก็ตักแบ่งไข่ขาวมามาผสมกับส่วนผสมครีมชีส แบ่งเป็นสามส่วนนะคะ ผสมทีละส่วนอย่างเบามือ

    ตะล่อมโดยเอียงโถ 45 องศา ใช้พายยางตักช้อนให้ถึงก้นโถแล้วยกขึ้นบนทำเบาจนเข้ากันแล้วก็ผสมส่วนที่2-3 จนเข้ากันดี อย่าผสมแรงนาไม่งั้นไข่ขาวที่อุตส่าห์ตีมาจะแฟ่บหมด เค้กก็ไม่ฟู เพราะสูตรนี้ไม่มีผงฟู ฟูด้วยไข่ขาวเท่านั้นค่ะ พอเข้ากันดีก็เทใส่พิมพ์ เราใช้พิมพ์ 2 ปอนด์ เกือบเต็มเลย คราวหน้าจะลองพิมพ์ 3 ปอนด์ดูน่าจะพอดีกว่า

     

    นื่องจากเตาอบที่บ้าน ถ้าเปิดไฟล่างอย่างเดียวมันจะมีพัดลมด้วย เลยเปิดไฟบนล่างแล้วเอาฟอยล์ปิดเอา แต่นี่แหละข้อผิดพลาดใหญ่หลวงในครั้งนี้ ซิกๆ อ้อ..อย่าลืมเทน้ำใส่ถาดก่อนอบด้วยนะจ้ะ

    พอครบ 35นาทีตามสูตร เราก็ไปดึงฟอยล์ออก....ผลคือ...หน้าแหกยับเลย ฮือๆๆๆ มันฟูขึ้นมาติดฟอยล์ง่ะ  คราวหน้าต้องหาวิธีใหม่และ

    แต่พออบต่อไปซํกพัก ส่วนที่ยังไม่สุกมันก็ฟูขึ้นมากลบให้ พอถูไถค่ะ เหอๆๆ  เปิดไฟบนอย่างเดียวแล้วตอนนี้ ชอบสีอ่อนเข้มแค่ไหนตามชอบเลยค่ะ

    พอครบเวลา(ลองเช็คสุกเอาไม้จิ้มฟันจิ้มดูก่อนก็ได้ เพราะเตาอบแต่ละขนาด+รุ่นมันให้ความร้อนไม่เท่ากันอ่ะ) ก็ยังไม่ต้องไปขยับมันปล่อยมันทิ้งไว้ในเตาครึ่งช.ม.ก่อน เค้กจะยุบลงมาอีก แต่ของเรามันยุบน่าเกลียดง่ะ บนๆเล็กล่างๆใหญ่ เหอๆ

    มาดูก้นกันบ้าง เปิดละน้า~~~

    ก้นขาวเนียนน่าเจี๊ยเจง~~~

    กลับมาสู่ความเป็นจริง หน้าตาดูไม่ได้เลยวุ้ย  ถ้ามีบลูเบอรี่ หรือใครจะทำซอสราดหน้าก็ได้นะคะ จะได้กลบหน้ามันหน่อย ซิกๆ จุดเทียนกลบหน้าตาได้นิด อิอิ

    กลัวจืด ไม่มีซอสกินกับแยมก็ได้ เหอๆ

    เจ้าของวันเกิด.....จะตัดเค้กหรืออะไรแน่เนี่ยท่านพี่....

    ลงมือตัดได้~~~~

     

    หน้าตาไม่ดีแต่รสชาติใช้ได้ค่ะ เนื้อข้างในเนียนกิ๊งเลย หุหุ นุ่มฟูเบาๆดีมีรสมะนาวด้วย ถ้าของร้านลุงมิกิ จะเป็นรสวนิลา ช็อคโกแลตฯลฯไปเลย คงไม่ได้ใส่น้ำมะนาว ทานตอนอุ่นๆก็ได้ทานตอนแช่เย็นก็อร่อยค่าเจ้าของวันเกิดแฮปปี้ค่ะ บอกอร่อย ชอบแบบนี้มากกว่าของลุงมิกิ หุหุ เป็นปลื้มมมมมมมมมมมมม  

    บรรยากาศหลังมีปาตี้ที่บ้านทุกครั้ง.....ต้องต่อด้วยเล่นกอล์ฟเครื่องWiiกับพ่อ เหอๆๆ 

    ขอให้ท่านพี่มีความสุขมากๆแล้วกันเด้อ หลังหายเจ็บเร็วๆ แต่งงานมีหลานมาให้อุ้มซะทีน้า รออยู่ อิอิ

    May 20

    ไว้อาลัยแด่..คุณยายท่านฯ (ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์)

    ....ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกตอนนี้ยังไง เพิ่งไปร่วมไว้อาลัยท่านมาที่สถาบันปรีดี ขอกลับไปร้องร่วมกับคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูเพราะอยากจะทำอะไรให้ท่านจริงๆ
    ตลอดเกือบ 10 ปีที่เราได้เดินเข้าเดินออก "หอพักลลิตา" เพื่อเรียนร้องเพลงกับครูดุษฯ 
    เรารวมถึงคนที่เข้าไปเรียนร้องเพลง เปียโน หรือคนที่ร้องประสานเสียงกับวงสวนพลูมักจะคุ้นชินกับท่าทางเดินที่กระฉับกระเฉงของคุณยายท่าน(เป็นชื่อเรียกที่ทุกคนเรียกท่านอย่างเคารพรัก) ทั้งที่อายุท่านก็ 80-90 กว่าปีแล้ว แต่สุขภาพร่างกายท่านก็ยังแข็งแรง ความทรงจำก็ยังดีอยู่
    เวลาท่านมาเดินออกกำลังกายรอบๆหอพัก แล้วเจอเราท่านก็มักจะทักทายถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเสมอ ตอนสมัยที่คุณย่าของเรายังอยู่ ท่านก็มักจะถามถึงเสมอว่า "คุณย่าสบายดีเหรอ" บางครั้งท่านก็จะพูดถึงคุณย่าของเราสมัยที่อยู่เสรีไทยด้วยกัน ว่าตอนนั้นนะคุณย่าเธอเป็นอย่างนี้ๆ คุณปู่เธออย่างนี้ๆ
    บางครั้งท่านก็เดินมาแว่บดูตอนเราเรียนบ้าง แวะเข้าไปเยี่ยมนั่งคุยกับเลขาฯของครูดุษฯบ้าง ท่านพูดคุยเป็นกันเองกับทุกคนเสมอ เหมือนกับเป็นคุณยายของพวกเราจริงๆ
    แม้แต่ในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณย่าเรา คุณยายท่านฯก็อุตส่าห์มาร่วมงานด้วยตัวเอง
    ตอนที่รู้ข่าวว่าท่านเสียแล้ว ยังไม่อยากจะเชื่อหูเลย เพราะเดือนที่แล้วท่านยังเดินเหินแข็งแรง ไม่เคยเห็นท่านป่วยเป็นอะไรหนักๆเลย อย่างมากก็เจ็บไข้ได้ป่วยเล็กน้อยตามอายุ
    ยิ่งได้รู้สาเหตุจริงๆที่ทำให้ท่านจากไปเร็วขนาดนี้ ยิ่งรู้สึกโมโหหมอที่ตรวจอาการท่านผิด เหมือนไม่ได้ใส่ใจกับอาการป่วยของท่านจริงๆ (ไม่ใช่ที่ร.พ.จุฬา แต่ขอสงวนชื่อร.พ.ไว้ เพราะนี่ก็เป็นประสงค์ของครูดุษฯ และคุณยายท่านก็คงไม่อยากให้อาฆาตแค้นใคร)
    คนเราสักวันก็ต้องถึงคราวที่จะต้องจบชีวิตลง แต่จะจบชีวิตอย่างไรก็คงจะตามแต่บุญกรรมที่ทำไว้ และเราคิดว่าด้วยผลบุญที่คุณยายท่านฯได้ทำร่วมกับคุณตาท่าน(ท่านปรีดี)มาก็ทำให้คุณยายท่านฯไม่ต้องทรมานกับความเจ็บป่วยนานนัก
    อีกทั้งวันที่คุณยายท่านฯเสีย ก็ผ่านวันเกิดของท่านปรีดีมาเพียงแค่ 2 ช.ม.เท่านั้น ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ท่านทั้งสองเกิดมาเพื่อเป็นคู่กันจริงๆ คุณตาท่านคงจะมารับคุณยายท่านฯไปอยู่ด้วยเป็นแน่แท้
     
    คุณยายท่านฯ..มีชีวิตมาอย่างยากลำบาก ต้องระหกระเหอพยพไปอยู่ต่างประเทศ ผ่านความยากลำบากหลายๆอย่างมาแบบที่หลายๆคนคงจะคิดไม่ถึง แม้แต่คุณตาท่านก็ไม่ได้กลับมาตายที่บ้านเกิดเมืองนอน คนดีๆกลับไม่สามารถกลับมาทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้อย่างที่หวัง เป็นสิ่งที่คุณยายท่านฯรู้สึกเสียใจมาตลอด
    คุณยายท่านฯ...ไม่เคยใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ทำบุญบริจาคเงินมามาก แต่ก็ไม่ใช่อย่างพวกคุณหญิงคุณนายทั้งหลายทำเพื่อให้ได้มาเพื่อนลาภยศชื่อเสียง เป็นการบริจาคแบบสาธารณะกุศลทั้งสิ้น
    แม้แต่ยามที่ท่านเสียชีวิตท่านก็ไม่คิดจะทำให้ลูกหลานลำบากอะไรเลย เพราะท่านและลูกๆของท่านเผชิญกับความอยากลำบากมาด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ ท่านได้เขียนพินัยกรรมไว้ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อนเกี่ยวกับการจัดงานศพของท่านดังนี้
     

    คำสั่งถึงลูกๆ ทุกคน

    เมื่อแม่สิ้นชีวิต ขอให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

    ๑) นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทันที เมื่อหมอตรวจว่าหมดลมหายใจแน่แล้ว

    ๒) ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น

    ๓) ประกาศทางวิทยุ และลงหนังสือพิมพ์เพื่อแจ้งข่าวให้ญาติมิตรทราบ

    ๔) ไม่มีการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ไม่รบกวนญาติมิตรที่ต้องมาร่วมงาน

    ๕) มีพิธีไว้อาลัยที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยนิมนต์พระที่แม่นับถือแสดงธรรมกถา (เช่นเดียวกับที่จัดให้ปาล) และทำบัตรรับหนังสือที่ระลึก

    ๖) ไม่รบกวนญาติมิตร ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือเงินช่วยทำบุญ

    ๗) เมื่อโรงพยาบาลคืนศพมาก็ทำการฌาปนกิจอย่างเรียบง่าย

    ๘) ให้นำอัฐิและอังคารไปลอยที่ปากน้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นสถานที่ๆ แม่เกิด

    ๙) หากมีเงินบ้าง ก็ขอให้บริจาคเป็นทาน แก่มูลนิธิต่างๆ ที่ทำสาธารณกุศล

    ๑๐) ขอให้ลูกทุกคนปฏิบัติตามที่แม่สั่งไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ต้องฟังความเห็นผู้หวังดีทั้งหลาย ลูกๆที่ปฏิบัติตามคำสั่งของแม่จงมีความสุข ความเจริญ

    พูนศุข พนมยงค์

     

    เขียนไว้ที่บ้านเลขที่ ๑๗๒ สาธร ๓ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๑

    แม่มีอายุครบ ๘๖ ปี ๙ เดือน

     
    ในข้อ 5 จะเห็นได้ว่าท่านรอบคอบถึงขนาดคิดไว้ว่าหนังสือที่ระลึกคงจะทำเสร็จไม่ทันงาน ให้ทำบัตรรับหนังสือไว้ก่อนเมื่อหนังสือเสร็จก็ให้คนที่สั่งไว้มารับไป
     
    วันนี้ในงาน..มีพิธีการต่างๆหลายรายการ ซึ่งเราก็เข้าร่วมร้องประสานเสียงด้วย 2 เพลงคือ แม่จ๋า และ คนดีมีค่าเป็รายการสุดท้าย  น้ำตาท่วมห้องประชุมมากๆ เราเองก็ร้องไห้ตั้งแต่ตอนจะจบเพลงแม่จ๋าแล้ว พอขึ้นเพลงคนดีมีค่า ร้องแทบไม่เป็นเพลงแล้วเพราะน้ำตามันไหลไม่หยุด เสียงก็สั่นไปหมด
    คนทั้งหอประชุมก็ร้องไห้กันเกือบหมด แม้แต่พระที่มาร่วมยังยกปลายจีวรขึ้นมาซับน้ำตา ยิ่งเห็นครูดุษและพี่น้องที่นั่งแถวหน้าร้องไห้ยิ่งรู้สึกเศร้าขึ้นมาอีก
    แม้แต่ตอนนี้ที่นั่งพิมพ์อยู่พอนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับทั้งคุณตาท่านและคุณยายท่านฯ และช่วงเวลาที่ได้รู้จักคุณยายท่านฯมาก็ทำให้น้ำตาหยดลงมาไม่หยุด
     
    ต่อไปนี้..เวลาไปที่สวนพลูก็คงจะไม่เหมือนเดิม เพราะมันช่างเงียบเหงา..และน่าใจหาย ที่จะไม่ได้เห็นคุณยายท่านฯมาเดินออกกำลังกาย หรือนั่งพักผ่อนที่ริมระเบียงห้องอย่างที่เคยเห็นมาตลอดอีกแล้ว
     
    ขอกราบเท้าคุณยายท่านฯด้วยความอาลัย ขอให้ดวงวิญญาณของท่าน พักผ่อนอย่างสงบนะคะ
     
    เรื่องราวของคุณยายท่านเพิ่มเติม
     
    รูปข้างล่างนี้เราชอบมากเลยคะ คุณยายท่านฯดูสง่ามากๆ มองดูแล้วคล้ายๆคุณย่าเราเหมือนกัน แต่จริงๆก็เป็นรูปที่น่าเสทือนใจที่สุดเพราะเป็นตอนที่ท่านถูกจับเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฎ ทั้งที่ท่านทำงานให้กับเสรีไทยเพื่อประเทศชาติแท้ๆ
     
    May 17

    ชวนทำ Potato gratin ฉบับแปลงสูตรเล็กน้อย

    สวัสดีค่า วันนี้เจอมีสูตรอาหารมานำเสนออีกแล้วคะ ได้ลองผิดลองถูกมาทำมา 3 ครั้ง  
    ครั้งล่าสุดนี้ออกมาน่าจะดีที่สุด เลยเอามานำเสนอได้ซะที แต่ก็ดันลืมถ่ายรูปบางขั้นตอนมา
    เลยต้องเอาภาพจากตอนที่ทำพลาดมาลงบ้างเล็กน้อยนะคะ แหะๆ

    สูตรนี้มีชื่อเต็มๆว่า "Fennel and potato gratin" จากหนังสือ "Potatoes" ของ The Australian Women's Weekly ค่ะ
     
    สูตรนะคะ ขอพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษแล้วกันนะคะ ภาษาไม่แข็งแรงเดี๋ยวแปลพลาด

    Fennel and potato gratin
    เวลาเตรียม 20 นาที เวลาลงมือทำ 1 ชั่วโมง 15 นาที

    วัตถุดิบ
    800g  sebago potatoes,peeled
    2 small fennel (400g), sliced thinly
    1 tablespoon plain flour
    1 3/4  cups (430ml) cream
    1/4 cup (60ml) milk
    20g butter
    3/4 cup (90g) coarsely grated cheddar cheese
    3/4 cup (50g) stale breadcrumbs

    วิธีทำ
    1. Preheat oven to moderate (180-190*C) ;oil deep 2-litre(8 cup) baking dish

    2. Using Sharp knife, mandoline or V-slicer, cut potatoes into very thin sliced;
    pat dry with absorbent paper. Layer a quarter of the potato slices into prepare dish;
    top with a third of fennel. Continue layering remaining potato and fennel, finish with potato.

    3. Blend flour with a little of the cream in medium jug to form a smooth paste; stir in remaining cream and milk.
    Pour cream mixture over potato; dot with butter. Cover with foil; bake in moderate oven about 1 hour or until vegetables are just tender.
    Remove foil, tip with combined cheese and breadcrumbs; bake,uncovered,
    about 15 minutes or until top is browned lightly.
     
    เพื่อนๆคงเห็นชื่อ sebago potatoes ใช่มั๊ยคะ มันเป็นพันธุ์มันฝรั่งพันธุ์นึงน่ะคะ
    เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันมีหลายพันธุ์มากๆ แล้วแต่ละพันธุ์ก็เหมาะที่จะใช้ทำอาหารในรูปแบบต่างๆกันไป
    ในสูตรนี้เค้าบอกว่าให้ใช้มันฝรั่ง sebago หรือ Spunta ก็ได้ ซึ่งหน้าตามันก็ดูคล้ายๆกัน แล้วก็เป็นพันธุ์ที่มีขายในเมืองไทยแน่ๆคะ
    หน้าตาเป็นงี้...sebago potatoes
     
    Sputa potato อันนี้คุ้นสุด
     
    ของเราแปลงสูตรนิดหน่อยนะคะ เพราะไม่มีfennel..ณ เวลานั้นมันหน้าตาเป็นไง คืออะไร เราก็ไม่รู้อ่ะคะ เลยไม่ได้ใส่
    แต่ได้ความรู้มาจากพี่ก้อยJekyll and Hyde ณ พันทิพย์ว่า fennel มันเป็นจะหัวๆ กลิ่นหอมออกไปทางโป๊ยกั๊กค่ะ
    ความรู้เพิ่มเติมที่นี้คะ http://www.answers.com/topic/fennel ขอบคุณพี่ก้อยและหนูปอสำหรับข้อมูลนะคะ
    ที่ทำนี้ลดทุกอย่างลงครึ่งสูตรนะคะ แค่นี้ก็ทาน 4 คนสบายๆแล้วคะ
    มันฝรั่งก็แล้วแต่น้ำหนักคะ ว่าจะใช้กี่ลูก 400 กรัมนี่ บางทีก็ 2 ลูก บางทีก็ 3 แต่เราว่า 4 ลูกกำลังเหมาะ(ยังไงเนี่ย)

    เริ่มแรกเลยก็อุ่นเตาอบไว้เลยที 180-190*C แล้วก็ทาน้ำมันที่ถาดหรือชามที่เราใช้อบเตรียมไว้คะ
    แล้วก็ล้างมันฝรั่ง เช็ดให้แห้งแล้วก็ปอกเปลือกให้เรียบร้อย จากนั้นก็เตรียมที่สไลด์ไว้
    จอยมีแต่ที่ขูด+ที่สไลด์อันนี้อ่ะคะ อายุคาดว่าพอๆกับเรา เหอๆๆ
     
    เวลาสไลด์ ต้องจับมันฝรั่งให้มั่นๆ แล้วไสไปข้างหน้า ไม่จำเป็นต้องกดนะคะ ไสไปเลย ฟึดๆๆ
    ถ้าออกแรงกดชิ้นมันจะหนาแล้วก็สไลด์ยากอ่ะ ติดๆ เอ๊ะ หรือมีดเรามันทื่องิ ใครแนะนำทีจิ ไม่ค่อยได้ทำอาหารน่ะคะ แหะๆ
     
    ไอ้ตอนใกล้ๆหมดเนี่ยแหละคะ น่าหวาดเสียว ของใครเพิ่งซื้อมา หรือมีดมันคมก็ระวังมือหน่อยเน้อ ไสเพลินเดี๋ยวได้มันฝรั่งสีเลือด เหอๆ
     
    ต้องเตรียมกระดาษมาปูใส่ถาดไว้เตรียมซับน้ำมันฝรั่งด้วยนะคะ เราใช้กระดาษหนาๆแบบที่ใช้ในครัวเนี่ยอ่ะคะ สไลด์เสร็จก็วางลงปายยยย
     
    เฮ้อ แหว่งบ้าง หนาบ้าง ชิ้นนึงหนาไม่เท่ากันบ้าง สามารถแค่นี้แหละคร้าบบบพี่น้อง อิอิ
    น้ำเยอะมากๆค่ะ จากนั้นก็เอาอีกแผนมาปิดทับข้างบน แล้วกดเบาๆ แค่ให้กระดาษซับน้ำออกมา
     
    แล้วก็จัดการเรียงมันฝรั่งที่ซับน้ำแล้วลงไปเลยคะ ซ้อนๆกันนิด ทับกันไปเรื่อยๆค่ะ
    ถ้าใครจะใส่ fennel ก็กะดูว่าวางมันฝรั่งลงไป1ใน4แล้วก็เรียงfennel1ใน3ลงไป แล้วก็ทำซ้ำไปจนปิดท้ายด้วยมันฝรั่งค่ะ
     
    ของเราทำครึ่งสูตร และไม่มีfennel เราเลยเพิ่มเกลือ พริกไทยบด แล้วก็อิตาเลี่ยน ซีซั่นนิ่งเข้าไปนิดหน่อยคะ
    อย่าเยอะมากนะคะ เดี๋ยวเค็ม+กลิ่นแรงไป ตอนทานค่อยเติมเกลือพริกไทยอีกทีดีกว่า โรยแค่พอมีรส เคยโรยเยอะแล้วคะออกมาแย่มากๆ เดี๋ยวจะมีรูปมาให้ดูกัน เหอๆ
     
    จากนั้นก็พักมันฝรั่งไว้ก่อน หันมาเตรียมครีมกับนมที่จะกลายเป็นไวท์ ซอสกัน
    ไม่ต้องต้มอะไรเลยค่ะ อาหารรายการนี้เก็บกวาดสบาย ทำกันง่ายๆไม่วุ่นวายดี อุปกรณ์ก็ใช้ไม่เยอะคะ ชอบๆ อิอิ

    ไม่มีรูปมาให้ดูง่ะลืมถ่ายไว้  เราใช้ครีมของelle & vireฝาสีส้ม สำหรับทำอาหาร กล่องเล็กค่ะ ค่อนข้างข้น ทำออกมาแล้วกำลังดี
    ครั้งแรกสุดใช้ของแคโรไลน์ ที่เป็นขวดพลาสติก พิมพ์ลายสีแดงๆ รู้สึกมันเหลวๆ รสชาติไม่เข้าข้นเลยคะ
    เราใช้ครีม 200 มล.+นม 45 มล.ค่ะ
    ตอนแรกก็ตักแป้งมาใส่ถ้วยตวงหรือในเหยือก แล้วก็แบ่งครีมมาผสม คนจนเข้ากันแป้งไม่เป็นเม็ด
    แล้วก็ใส่ครีมกับนมที่เหลือ คนให้เข้ากัน จากนั้นก็เทลงในถาดมันฝรั่งให้ทั่ว
    ในสูตรบอกให้dot with butter เรา(คาดว่า)ให้หยอดเนยลงให้หน้ามันฝรั่ง
    ก็เลยตัดเนยจืดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วก็วางลงไปแบบนี้คะ

    ป.ล. ภาพนี้เป็นภาพที่ทำครั้งที่ 2 แล้วพลาดอ่ะคะ ใส่เครื่องปรุงเยอะเกินไป แถมดันใส่ด้านบนด้วย
    เทครีมทีลอยฟ่องเลย อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ
     
    แล้วก็ปิดด้วยฟอยล์ เอาเข้าอบ ในสูตรบอก 1 ช.ม. แต่เตาอบเรามันเปิดไฟล่างอย่างเดียวแถมพัดลมให้ด้วย
    เลยลดเวลาเหลือ ประมาณ 40-45 นาทีคะ ลองเอาออกมาเปิดดูแล้ว เอาส้อมจิ้มๆดูนะคะว่านิ่มรึยัง
    ไม่ต้องให้นิ่มจนเละนะคะ ไม่ได้จะทานมันบดอ่ะ อิอิ เดี๋ยวต้องอบต่ออีกรอบด้วย ยิ่งเละไปกันใหญ่
     
    กรี๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ออกมาแล้วจ้า อบรอบแรก หอมฉุ๋ยๆตลบไปทั้งบ้าน แหะๆ หิวแล้วๆ
    ใกล้ได้หม่ำแล้วๆ
     
    ด้วยความอนุเคราะห์จากหนูปอ ที่แข็งแรงด้านภาษาปะกิด
    coarsely grated cheddar cheese คือให้ขูดแบบหยาบๆคะ
    แถมจอยทำพลาดมาทุกครั้งคือลืมอ่านว่าเค้าให้ผสมชีสกับเกล็ดขนมปังก่อน แล้วค่อยมาโรยหน้าอ่ะ จอยโรยชีสก่อนแล้วโรยเกล็ดขนมปังตามทุกที เหอๆ
    ถ้าใช้แบบชีสขูดหน้าตาจะออกมาสวยงามเช่นนี้....(อย่าดูขอบๆชามนะคะ เหอๆ)
     
    แต่คราวนี้ เนื่องด้วยทุนทรัพย์เจือจางมาก ปิดเทอมเด็กหนีเที่ยวหมด ครูเลยกินแกลบ เหอๆ
    ใช้ชีสแผ่นที่มีอยู่ที่บ้านไปก่อนละค่า อิอิ ใครชอบยืดๆก็โรยมอซซาเรลล่าไปด้วยก็ได้นะคะ
    ตามด้วยเกล็ดขนมปัง
     
    ออกมาหน้าตาไม่ดีเท่า แต่รสชาติใช้ได้คะ แต่เราชอบหน้าแบบโรยชีสมากกว่าคะ รู้สึกรสชาติมันผสมผสานดีกว่า
     
    หั่นออกมา ชิมเลยดีก่า พี่ชายรอจนจะขบหัวจอยแทนแล้ว เหอๆ
    ""

    จบแล้วค่า สูตรนี้ไม่ยากๆ ลองทำกันดูนะคะ


    May 04

    ซุปหน่อไม้ฝรั่ง+Chicken with Lemon and Figs +ผักโขมอบชีส

    มาทีเดียว 2 บล็อกเลย ไหนๆก็ไหนๆลงสูตรอาหารที่ทำไปเมื่อ วันที่ 1 พ.ค. 50 เลยแล้วกัน เป็นสำรับอาหารเย็นที่เกือบจะเป็นฟูล คอร์สคะ เป็นสูตรพี่ก้อยคนเดิมซะ 2 สูตร อันนี้จะให้ตามไปดูที่กระทู้ของพี่เค้าแล้วกันนะคะ
    แล้วก็มีซุปที่ทำเอง ซึ่งเอาสูตรมาจากในหนังสือคะ รสชาติอร่อยใช้ได้เลย มาดูกันเลยนะคะ กับ "ซุปหน่อไม้ฝรั่ง"ค่ะ
    สูตรนี้สำหรับ 2 ท่านคะ

    วัตถุดิบ
    น้ำมันมะกอก                    2          ช้อนโต๊ะ
    หอมใหญ่สับ                    1          หัว    
    มันฝรั่งหั่นลูกเต๋า                1          ถ้วย (ประมาณ 1 หัวนะคะ)
    ก้านเซลเลอรี่หั่นชิ้นเล็ก         1/2      ถ้วย
    น้ำสต็อกผัก                     2 1/2   ถ้วย (ไม่มีซุปไก่คนอร์ก็ได้ค่ะ)
    หน่อไม้ฝรั่งหั่นชิ้นเล็ก           1/2       ถ้วย (ประมาณ 1/2 แพค)
    นมสดชนิดจืด                   1/4       ถ้วย    
    เกลือป่น และพริกไทยดำบดปรุงรสตามชอบ
    ยอดหน่อไม้ฝรั่งท่านยาว 1 นิ้ว ต้มสุกสำหรับแต่งหน้า

    วิธีทำ
    1. ตั้งกระทะ(เราใช้หม้อเลยค่ะ)ไฟกลาง  ใส่น้ำมันพอร้อนแล้วใส่หอมใหญ่ลงผัดจนสุกใสและหอม  
    จากนั้นใส่มันฝรั่งและเซลลอรี่ผัดต่อ 2 นาที ตามด้วยน้ำสต๊อกครึ่งหนึ่ง คนพอทั่ว
    ปิดฝา ลดไฟอ่อน ต้มนาน 10-15 นาที หรือจนมันฝรั่งนุ่ม
    2. เปิดฝา ใส่หน่อไม้ฝรั่งและน้ำสต๊อกที่เหลือ คนพอทั่ว ปิดฝาอีกครั้ง
    ต้มต่อนาน 10 นาที หรือจนหน่อไม้ฝรั่งสุกนุ่ม ปิดไฟ พักไว้พออุ่น
    3. ตักส่วนผสมครึ่งหนึ่งลงในโถปั่น ปั่นจนละเอียด เทลงผสมกับส่วนที่ยังไม่ได้ปั่นในกระทะ(หม้อ)ใบเดิม
    คนให้เข้ากัน ปรุงรสตามชอบ เปิดไฟกลางตั้งต่อให้เดือด ถ้าซุปข้นมากไปให้เติมนมสด คนพอทั่ว ปิดไฟ
    4. ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยหน่อไม้ฝรั่ง เสิร์ฟร้อนๆ

    แต่ของเราทำเพิ่มขึ้นอีกครึ่งสูตร ทาน 6 คนได้สบายๆเลยค่ะ

    เนื่องจากวันนี้จะทำผักโขมอบชีสด้วย เลยมีน้ำลวกผักโขมเหลือ
    แถมไหนๆ ก็มีผักที่ซื้อมาเหลืออยู่ลอง(มั่ว)ต้มน้ำสต็อกเองบ้างแล้วกันนิ (แต่จริงๆสุดท้ายก็ต้องพึงคนอร์ เอิ๊กๆ)
    แถมสูตรน้ำสต๊อกผักในหนังสือเล่มเดิมให้อีกสูตรนะคะ เผื่อใครอยากทำเก็บไว้ใช้เอง

    วัตถุดิบ
    มะเขือเทศ               4          ลูก
    แครอท                  2          หัว
    หอมใหญ่                2         หัว
    ต้นกระเทียม             2         ต้น
    เซลลอรี่                 2         ต้น
    กะหล่ำปลี               1         หัวเล็ก*
    บลอกโคลี               1        ดอก
    มันฝรั่ง                   2        หัว
    น้ำ                       20       ถ้วย
    พริกไทยดำเม็ด          15       เม็ด
    ใบกระวาน                3         ใบ
    เกลือป่น                  3         ช้อนโต๊ะ
    พริกไทยป่น              1         ช้อนชา
    หม้อซุปขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 1/2 นิ้ว ลึก 10 นิ้ว

    วิธีทำ
    1. ล้างผักทุกชนิด หั่นเป็นชิ้นใหญ่ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำให้ท่วมใส่พริกไทยเม็ด ใบกระวาน เกลือป่นและพริกไทยป่น
    ยกหม้อตั้งไปกลางเคี่ยมจนเดือด ช้อนฟองทิ้ง ลดไฟอ่อน ลดไฟอ่อน เคี่ยวประมาณ 1 ช.ม.
    จนน้ำสต็อกหวานและใส ปิดไฟ
    2. กรองเอาแต่น้ำ พอเย็นเก็บเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาได้นาน 3 วัน
       
    แต่ของเราของไม่ครบหรอกคะ ใช้แต่ผักที่มันเหลือจากที่ซื้อมาเนี่ยแหละที่ใส่ลงไปมีแค่ เซลลอรีที่เหลืออยู่ (ซื้อมามี 3 ก้าน ใช้ทำซุปหน่อไม้ฝรั่งประมาณก้านเดียวเองคะ) หอมใหญ่ 1 หัว มันฝรั่ง 2 หัว เกลือแล้วก็พริกไทยป่น ใบกระวานก็ไม่มี พริกไทยเม็ดก็หมด เฮ้อ..
    เริ่มจากน้ำต้มผักโขมที่เหลือ แล้วก็ใส่ผักตามมีตามเกิด และเนื่องจากไม่มีผักที่ให้ความหวานเท่าไหร่นักเลยต้องใส่น้ำตาลเพิ่มเอาหน่อยคะ แต่ไม่รู้คิดไงดันไปหยิบเอาน้ำตาลทรายแดงมาใส่ ผลคือได้ซุปสีดำๆมาแทนใสๆ เหอๆๆ

     

    ระหว่างต้มน้ำสต็อก(มั่วๆ) ก็หันไปทำผักโขมอบชีสก่อนเลยคะ
    สูตรจากบล็อคพี่ก้อยค่า
    http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=jekyll-and-hyde&month=10-2006&date=17&group=9&gblog=7
    พอเอาเข้าเตาอบ ก็ค่อยหันมาผัดผักทำซุปกัน เดินเข้าเดินออกครัวในบ้านนอกบ้าน
    เจ้าลูกสาวจอมกวน ออกไปข้างนอกไม่ได้เพราะฝนตกทั้งวันเลย นอนเฉาอยู่หลังบ้านค่ะ อิอิ

    "แม่อ่ะ เดินเข้าเดินออกไม่สนหนูเลย"

    เผยโฉมหน้าวัตถุดิบหลัก

    เริ่มด้วยผัดหอมให้หอมและสุกใส ประมาณนี้ค่ะ

    จากนั้นใส่มันฝรั่งกับเซลลอรี่ลงไป ผัดๆๆให้เข้ากับ ชอบรูปนี้จัง สีหวานสวยดีนะคะ อิอิ

    ในสูตรเค้าบอกให้ปั่นแค่ครึ่งเดียว แต่เราปั่นเกือบหมดเลยคะ แล้วเราก็ตักน้ำซุปออกมาประมาณ 1 ถ้วยซุป เพราะเดี๋ยวต้องใส่นมอีกเกลัวจะเหลวไปค่ะ แถมขี้โกงอีกตะหาก ที่เห็นสีสวยนี่ใส่สีผสมอาหารเพิ่มไป 1 หยดคะ เหอๆ
    เพราะน้ำสต็อกเรามันสีเข้มน่ะคะ สีซุปเลยออกมาตุ่นๆ แบบเขียวขี้ม้าหน่อยๆ ดูไม่น่าทาน พอเอาไปตั้งไฟอีกที สีเลยสว่างขึ้น ดูดีขึ้นนิดนึง
    ตกแต่งได้เต็มที่แค่นี้แหละ เหอๆๆ

    กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง ระหว่างใส่น้ำสต็อกต้มรอบแรก ผักโขมก็สุกพอดี ที่จับเวลาร้องดังลั่นเลย
    แต๊น หน้าเกรียมไปหน่อยนิ

    จริงๆระหว่างรอซุปเย็นลงเพื่อจะปั่นก็หันมาทำ Chicken With Figs And Lemon สูตรพี่ก้อยกันก่อนจะได้ไม่เสียเวลาค่ะ พอเอาไก่เข้าอบ ค่อยมาปั่นซุป
    สูตรนะคะ
    http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D5341700/D5341700.html
    อ้อ สูตรซุปบีทรูทของพี่ก้อยก็อร่อยมากเลยค่ะ ลองทำกันดูนะคะ

    เอาส้ม..เอ๊ยเลมอนกับลูกฟิกซ์มาเรียงๆในถาดอบ กลิ่นเปรี้ยวเลมอน ผสมกลิ่นหวานลูกฟิกซ์ เดินเข้าครัวมาหอมมากๆเลยคะ กลิ่นเหมือนทำขนมอยู่เลย อิอิ

    แล้วก็ไปทอดไก่  วันนี้ใช้อก 4 สะโพก 4 ค่ะ จริงๆไม่ค่อยอยากใช้อกไก่ เพราะมันจะออกมาแห้งๆ แต่คุณพ่อขอร้องงงงงงงงงงงงงงงอ่ะคะ
    พ่อชอบทานไก่มากกกกกกกกกก เดี๋ยววันหลังต้องหาเมนูไก่มาสนองท่านพ่ออีก อิอิ
    น่าหม่ำเนอะ แผล่บๆ แต่น้ำมันมันออกมาเยอะจนน่าสยองมากๆอ่ะคะ ขนาดอบแล้วน้ำมันยังลอยฟ่องเลย

    ข้ามขั้นตอนไปจัดโต๊ะกันเลยค่ะ เหอๆ เนื่องจากทำคนเดียวล้างคนเดียวหมด บางทีก็เลยลืมบางถ่ายขั้นตอนไป ช่วงหลังๆดีหน่อยแม่บ้านมาช่วยล้าง ไม่งั้นป่านนี้อิชั้นสลบไปแล้วค่ะ เหอๆ

    วันหยุดวันแรงงานแต่เรากลายเป็นผู้ใช้แรงงานของบ้านไปซะงั้นวันนี้ อิอิ แต่ทุกคนทานกันแล้วชมว่าอร่อย ก็ชื่นนนนนใจหายเหนื่อยเลยคะ

    ป.ล.ใครจะทำไก่สูตรนี้เวลาเปิดเตาอบจะตักน้ำราดไก่ แนะนำให้ เปิดแล้วถอยไปตั้งหลักซัก 2 ก้าวนะคะ วันนี้เปิดเตาเกือบสำลักไอน้ำส้มvinegarไปหลายตลบ แสบจมูกแสบตาได้เรื่องอยู่ อิอิ

    สภาพหลังพายุสงบ อิอิ
    วันนี้ลาไปแค่นี้ละค่า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ

    สำหรับเรื่องลูกฟิกส์ใครอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมลองไปดูที่นี่นะคะ http://en.wikipedia.org/wiki/Common_Fig 

    May 03

    [Tag] Death Tag

    โดนเพื่อนมันTag มาก็เลยต้องTagกลับ อิอิ
    เพิ่งเคยทำเหมือนกัน ก็ประมาณว่า ใครโดน tag ก็ต้องรับคำถามไปทำ(ตอบ)ต่อ อ่ะคะ
    แต่Tagได้เรื่องสยองดีจริงจริ๊ง คิดกันได้ไงเนี่ยฮึ ครีเอทกันเหลือเกิน หุหุ ดูต้นฉบับกันได้ที่ http://valentino.exteen.com/20070503/tag-death-tag?page=1# นะคะ
    ของเราคงตอบเป็นการ์ตูนน่าดูเลยนิ คงไม่มาโซขนาดเจ้าโมจิซักเท่าไหร่ เพราะก็เคยคิดคาแรคเตอร์ตัวเองในการ์ตูนมีหลายบทบาทเลยนิ ตายบางแบบที่มีในนี้เหมือนกันเหอๆๆ
    มาเริ่มกันเลยดีกว่า
     
    Death Tag : ถ้าให้เลือกวิธีตายได้....

    การตายตามประเภทต่างๆต่อไปนี้ ในแต่ละประเภท คุณอยากตายแบบไหน (เพราะเหตุใด)

    1. ตายตามธรรมชาติสังขาร (เช่น ป่วยตาย แก่ตาย)
    - ขอแบบหลับแล้วไปเลย ไม่ต้องเจ็บปวดทรมาน ทุรนทุรายให้ลูกหลานญาติมิตรต้องมาคอยลำบากดูแลมากนัก เมื่อก่อนเคยคิดอยากตายก่อนคนรักเพราะคงทนไม่ได้ที่จะอยู่ต่อไปโดยปราศจากเค้า แต่ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้อยากตายทีหลังเพราะอยากจะมีโอกาสได้ดูแลเอาใจใส่ ให้เค้ามีความสุขในบั่นปลายชิวิต แต่ขอให้ตัวเองตายตามในเวลาไม่นาน เพราะคงทนอยู่ไม่ได้จริงๆถ้าต้องอยู่โดยปราศจากเค้านานเกินไป

    2. ตายด้วยอุบัติเหตุ (เพิ่มเติมหน่อย...อุบัติเหตุในครัวเรือนก็เรียกว่าอุบัติเหตุนะ หรือลื่นหัวแตกตายก็เรียกอุบัติเหตุ ไม่จำเป็นต้องเป็นอุบัติเหตุแบบแรงๆ ตายดัง ระเบิดระเบ้อ รถคว่ำ เครื่องบินตก มีเพื่อนร่วมทางไปปรโลกด้วยมากกว่า 20 คนเน้อ)
    - งืมๆ ไม่อยากเลยนิ อุบัติเหตุศพไม่สวยแหลกเหลวเละเทะ เหอๆ ขอแบบไหนก็ได้ ตู้มเดียวไปเลยไม่ต้องมานั่งพิการ ทรมานจากอาการบาดเจ็บ ถ้าเป็นอุบิติเหตุที่เกิดจากตัวเราเองขอให้เราไปคนเดียว ไม่ลากพาคนอื่นให้มาตายและเดือดร้อนไปด้วย แต่ถ้าคนรักอยู่ในเหตุการณ์ก็ขอไปด้วยกันอย่างสงบนะ ไม่อยากให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องมาเสียใจแทบขาดใจเพราะการจากไปของอีกฝ่าย

    3. ตายเพราะถูกประหารชีวิต
    - โอ...จะให้ชั้นไปทำผิดไรมายะ โดนประหารเลยเนี่ย จะแบบไหนก็สยองเหมือนกันง่ะ ต้องมานั่งลุ้นก่อนตาย บรื๋ออออออออออ ขอยิงเป้าแล้วกัน ปุ๊ ปุ๊ ไปเลย ขอมือปืนแม่นๆแล้วกัน ฉีดยามันต้องมานั่งรู้ตัวว่าเดี๋ยวตูจะตายแล้วๆ ไม่เอ๊าไม่เอา

    4. ตายเพราะถูกสัตว์ฆ่า (ไม่จำกัดสปีชี่ย์ - โฮโมซาเปี้ยน ซาเปี้ยน [มนุษย์] ก็นับเป็นสัตว์)
    - เอาแบบตายแล้วค่อยโดนกินไม่ได้เหรอ เอิ๊กๆ มันน่ากลัวนิ ของูแล้วกันกัดโฉ๊ะแล้วค่อยๆง่วงๆ หลับไปเลย (รู้สึกจะขอตายสบายทุกข้อเลยเนอะ เอิ๊กๆ)

    5. ตายเพราะภัยธรรมชาติหรือปรากฏการณ์ธรรมชาติ
    - หิมะถล่มใส่ก็ดีนะ ขอไฮโปเธอเมียร์นี่แหละ(สะกดไงหว่า) แบบว่าตายเพราะอุณหภูมิในร่างกายลดจนถึงจุดที่ร่างกายจะทนไม่ไหว แล้วง่วงหลับไปเลยเอิ๊กๆ

    6. ตายด้วยอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย)
    - จริงๆเป็นคนกลัวเจ็บอ่ะนะ จะกรีดข้อมือก็กลัวเจ็บทำได้แค่เอาคัตเตอร์ขูดข้อมือให้เป็นรอบเลือดซิบๆ เหอๆๆ  กินยานอนหลับเกินขนาดน่าจะดีสุด  สรุป*ตายสบายอีกแล้ว เอิ๊กๆ

    7. ตายเยี่ยงวีรบุรุษ(วีรสตรี)
    - อันนี้ต้องขอย้อนยุคนิดนึง อยากไปเกิดในยุคอัศวินสู้เพื่อประเทศชาติ เป็นแม่ทัพนำทัพไปต่อสู้เพื่อประเทศ แต่สุดท้ายยอมสละชีวิตเพื่อให้พระราชาคิดได้ถึงความไร้ประโยชน์ของการก่อสงคราม ผู้คนต้องล้มตายเพื่อเหตุอันใด? เพื่อแสดงอำนาจรึ? สิ่งนี้ทำเพื่อประชาชนจริงๆแล้วรึ? สันติภาพและความสงบสุขต่างหากที่ประชาชนต้องการ (เอ๊ะ เรื่องมันคุ้นๆเนอะโมจิ เอิ๊กๆ) ไม่เป็นแม่ทัพผู้ชายก็ขอแบบโจน ออฟ อาร์ก อ่ะนะ

    8. แล้วถ้าตายแบบผู้ร้ายล่ะ?
    - ไอ้เรื่องนี้ที่ก็คิดไว้ แบบว่าเราเป็นแม่ทัพปีศาจที่เป็นลูกครึ่งมนุษย์กับปิศาจ มาเพื่อทำลายโลกมนุษย์ปลอมตัวแฝงตัวเข้ามาอยู่ในสังคมมนุษย์ ส่งลูกสมุนมาต่อสู้กับพวกพิทักษ์คุณธรรม (นั่นมาแล้วเหมือนพวกขบวนการ 5 สีเลย) ที่เป็นลูกศิษย์ในร.ร.ที่ตัวเองปลอมเข้าไปเป็นครู พอตอนจบก็ได้ประมือกับกลุ่มลูกศิษย์ แล้วก็แพ้(ตามท้องเรื่อง)ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่กล้าลงมือขั้นเด็ดขาดกับลูกศิษย์ แล้วก็รอมาตลอดที่จะมีคนที่สามารถมาฆ่าตัวเองได้ สุดท้ายก็หันกลับไปแทงจอมปิศาจแล้วให้พวกลูกศิษย์จัดการขั้นเด็ดขาดไปซะ (เอิ๊กๆ น้ำเน่า+ไร้สาระน่าดู)


    9. ตายแบบไหนที่ต้องการมากที่สุด ไม่จำกัดประเภท (ตอบแบบที่นอกเหนือจากที่ตอบไปแล้วก็ได้)
    - แก่ตาย ตามในข้อ 1 เลยเหมือนกัน

    10. ตายแบบไหนที่คิดว่าไม่เอาเด็ดขาด ประมาณว่าตายแบบอื่น 100 ครั้งก็ได้แต่แบบนี้ครั้งเดียวก็ไม่เอา
    - ถูกข่มขืนแล้วฆ่า เหตุผลก็เหมือนกัน ก็เรามันผู้หญิงนี่เนอะ ถ้าโดนแบบนี้ตายไปก็ไม่สงบต้องมากลายเป็นวิญญาณแค้น เร่ร่อนไปมาอีก

    ................................................................................................................................................................

    จบแล้วจ้า อ่านแล้วไร้สาระไปมะ ตอบได้แค่นี้แหละ เอิ๊กๆ  เอาล่ะ! ทีนี้ก็ตา "คุณ" ที่กำลังอ่านอยู่บ้างแล้ว มาTag ซะดีๆ

    แปะ!! โป้ง!! ตา"คุณ"เป็น!!! อิอิ

    ป.ล. ไม่ได้บังคับนา ใครอยากTagก็ได้ ไม่อยากไม่เป็นไรจ้า

    April 28

    มาชวนทำซุปผักเพื่อสุขภาพจ้า

    พอดีช่วงนี้คุณเดวิดเธอซ้อมดนตรีหนักมากๆ ได้นอนน้อยเหลือเกินเพราะเล่นซ้อมตอนเที่ยงคืนกลับตี 3 บ้างตี 5 บ้าง วันดีคืนดีกลับถึงหอพัก 6 โมงเช้าเกือบ 7 โมง!!! โอ พระเจ้าช่วย เป็นอย่างนี้มา 2 อาทิตย์แล้วคะ
    อย่างเมื่อวานนี้กลับถึงหอ 6 โมงเช้า พอเที่ยงก็ต้องไปซ้อมกับนักร้องกลุ่มนึงได้กลับหอมานอนต่อหน่อยนึงตอนกลางคืนก็ไปซ้อมกับวงอีกกลับมานอนตี 3 นิด แล้วก็ต้องไปซ้อมกับนักร้องอีกกลุ่มนึงตอน 11 โมง ตอนเย็นสอนอีก คืนนี้ก็ไปซ้อมอีกแล้วค่ะ
    เฮ้อ..เหนื่อยแทนจริงๆ แต่งานเค้าก็เร่งจริงๆค่ะ อาทิตย์นี้เล่นที 2 งานเลย เค้าเอาเพลงมาให้เมื่อวันจันทร์ต้องเล่นเสาร์-อาทิตย์นี้แล้วเลยแกะ+ซ้อมกันกระหน่ำ ไอ้ได้งานก็ดีอ่ะนะที่ได้เงินแต่ก็เป็นห่วงสุขภาพคุณเธอจริงๆเลยคะ
    อาทิตย์หน้ามีวันหยุด(อ.1 พ.ค. ,ส.5 พ.ค.)ว่าจะได้พักก็ยังมีงานเข้ามาซะอีก ไม่รู้ร่างกายเธอจะสู้ไหวมั๊ย เฮ้อ...
     
    ก็เลยอยากทำอาหารอะไรที่จะช่วยบำรุงเธอได้บ้าง ถึงแม้มันจะช่วยได้แค่นิดหน่อยก็เถอะ พอดีกับที่ไปเจอสูตร "ซุปบีทรูท"  ในเว็บpantip.comพอดี เป็นสูตรของพี่ก้อยผู้น่ารักคนเดิมคะ ดูสูตรเต็มๆที่นี่นะคะ http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D5341700/D5341700.html
    เห็นว่าไม่ยากอะไรแล้วเดวิดก็ชอบทานบีทรูทซะด้วย เลยตัดสินใจทำวันนี้เลยคะ
    วัตถุดิบ
    1. บีทรูท,หั่นเป็นชิ้นๆ     2   หัว
    2. หัวหอม,หั่นขวาง       1   หัว
    3. แครอท                1   หัว
    4. กระเทียม,สับละเอียด  8  กลีบ
    5. เนยจืด         เกือบๆ 1/2 ก้อน
    6. เกลือ
    7. นมและครีม(ถ้าจะทำแบบข้น)
    (ของเราลดปริมาณลงนิดหน่อยคะ ที่พี่ก้อยบอกหัวใหญ่เราใช้หัวกลางๆหมดเลยคะ ส่วนกระเทียมเราใช้แค่ 5 กลีบ)
    วิธีทำ
    1. เอาเนยใส่หม้อ ตั้งไฟจนละลายหมด(ยกหม้อมาวนๆละเลงเนยให้ทั่วก้นหม้อนะคะ) ผัดหัวหอมและกระเทียมจนหอม จากนั้นใส่แครอทกับบีทรูทผัดต่อจนขึ้นมัน
    2. เติมน้ำซุปลงไปให้พอท่วมผัก (เราก็ใช้น้ำต้มกับคนอร์เตรียมไว้ก่อนคะ)
    3. เปิดไฟอ่อนต้มต่อนาน 45 นาที จนผักนิ่มยุ่ย (คนเป็นระยะๆนะคะ ถ้ามีฟองก็ช้อนออกบ้างคะ)
    4. นำผักมาปั่นจนละเอียด ข้นเนียน (เราก็ตักใส่เครื่องปั่นครึ่งนึง อีกครึ่งใส่ชามไว้ก่อน แบ่งปั่นทีละครึ่ง เครื่องมันแก่แล้ว อิอิ)
    5. เทกลับใส่หม้อ เติมน้ำซุปเพิ่มจนใสเป็นที่พอใจ (เราใส่น้ำเปล่าคะ ซุปหมดแล้ว) ถ้าจะทำแบบข้นก็ใส่นมและครีมลงไปด้วยคะ
    6. ปรุงรสด้วยเกลือ ให้ออกรสเค็มซักหน่อย(เพราะซุปจะหวานผักมากๆเลยคะ ปรุงไปชิมไป จนกว่าจะพอใจคะ) เอาขึ้นตั้งไปอีกรอบ เอาแค่เดือดปุดๆ
    7. ตักใส่ถ้วยซุป ตกแต่งตามชอบ
     
    ไม่ยากใช่ม้า ลองทำกันดูได้นะคะ กลิ่นดินจากบีทรูทจะแรงนิดถ้าใครไม่เคยทานอาจจะไม่ชอบ แต่สูตรนี้ไม่ค่อยมีกลิ่นเท่าไหร่คะเรายังกินได้เลย อิอิ หวานแครอทกับบีทรูทมากๆเลยคะ
    แต่พอดีตอนจะออกไปซื้อของก็คิดขึ้นมาได้ว่าน่าจะทำอะไรให้พ่อแม่ด้วย ก็เลยทำแกงกระหรี่ญี่ปุ่นให้พ่อแม่ด้วยคะ เพราะซื้อมันฝรั่งไว้กะจะทำgratin แล้วเครื่องแกงก็มีแล้ว วัตถุดิบอาหาร 2 อย่างนี้ก็ใช้ด้วยกันได้ เลยทำพร้อมกัน 2 อย่างไปเลย เหอๆๆ
    ทำเสร็จ 2 อย่างก็อาบเหงื่อต่างน้ำพอดี เฮ้อ ร้อนอะไรอย่างนี้หนอ
     
    ต้มที 2 หม้อเลย อิอิ ระหว่างต้มซุป 45 นาที ก็ไปปอก+หั่นผัก แล้วก็มาผัดผักของแกงกระหรี่ได้เลยคะ  แล้วก็คนซุปเป็นระยะๆ 

     45 นาทีแล้วซุปงวดลง ผักเริ่มเปื่อย หัวหอมไม่เหลือซากแล้วคะ ละลายไปหมดแล้ว อิอิ

     พอครบ 45 นาทีก็ปิดแก๊ส พักไว้แล้วหันมาผัดแกงกระหรี่ต่อ เติมน้ำซุปลงไปแล้วตั้งไฟไปก่อน ระหว่างนี้ก็ไปปั่นซุปได้ ปั่นเสร็จรอบนึงก็ออกมาตักฟองแกงกระหรี่ทิ้ง คนๆไม่ให้ติดก้น แล้วเข้าไปปั่นต่อ

     ปั่นเสร็จก็เทกลับลงหม้อเติมซุปข้นใสแค่ไหนตามชอบ เราทำแบบใสคะ ปรุงรสแล้วก็ตั้งไฟต่อ ระหว่างยังไม่เดือดก็หันไปทำแกงต่อ เหอๆ จะเป็นนก 2 หัวก็วันนี้แหละ

    พอซุปเดือดปุดๆก็ปิดไฟ ตักไปให้ท่านแม่ชิมได้รับคำตัดสินมาว่า....ไปเติมเกลือเพิ่มอีกหน่อย เหอๆ  ซํกพักแกงกระหรี่ก็เสร็จตามมา

     

     

    และแล้วข้าวเย็นของที่บ้าน และซุปเพื่อสุขภาพ(คุณเดวิด) ก็เสร็จด้วยประการฉะนี้ ได้นั่งพัก 1/2 ช.ม. ก็ออกไปหาเดวิดที่ร.ร. แล้วก้เอาซุปไปแบ่งให้ทานด้วย อิอิ คุณเธอชอบมากเลยคะ เดี๋ยววันหลังทำให้ทานอีก แต่ทานแล้วก็ไม่ได้กระชุ่มกระชวยขึ้นแต่ประการใด ยังคงเดินเป็นซอมบี้อยู่ เฮ้อ...จะไหวมั๊ยเนี่ยคุณชายชั้น....

    April 23

    เพิ่มรูปจ้า

    ไม่มีอะไรแค่มาบอกว่าเพิ่มรูปมาอีก 2 อัลบั้มจ้า อิอิ ตอนแรกจะรวมกันแต่รูปตอนไปเยอรมันมันเยอะมากเลยแบ่งเป็น 2 อันดีกว่า แวะคลิ้กดูกันหน่อยน้า อิอิ
    April 22

    สำรับอาหารเย็นทำเองมาอีกแว้ววว

    ไม่ได้อัพบล็อกซะนาน เพราะไม่รู้จะเอาเรื่องอะไรมาลงดี สุดท้ายก็สงสัยจะกลายเป็นบล็อคอาหารการกินไปจริงๆซะแล้ว เหอๆๆ
    วันนี้ชวนชม + ชิม(ผ่านจอ) กับมื้อเย็นทำเอง เรื่องมันเริ่มจากที่แม่อยากทานผักโขมอบชีส ไหนๆก็จะทำแล้ว ก็ทำเป็นมื้อเย็นเต็มที่ไปเลยแล้วกันนิ
    เมนูวันนี้มี แฮมเบิร์ก สเต็ก , ผักโขมอบชีส และมันบดแบบสำเร็จรูปคะ เอาวิธีทำมาลงให้ดูกันนิดหน่อยด้วยนา ทำอาหารหลายอย่างเนี่ยต้องวางแผนล่วงหน้าหน่อยจะได้เรียงลำดับการทำได้ถูกไม่เสียเวลาเกินไปนัก
    ผักโขมนี้ทำมา 3 รอบ ฝีมือไม่คงที่ซักที คราวนี้ทำออกมามีข้อผิดพลาดเยอะเหมือนกัน หน้าก็เกรียมไปหน่อย เหอๆ คราวหน้าแก้ตัวอีกที

    ออกมาเกรียมเงี้ย ซิกๆ

     

    อันนี้แบ่งให้คุณชายเธอไปหม่ำกับเพื่อนๆในวงตอนซ้อม

    ทำไม่ยากจ้ะลองดูสูตรที่นี้เลยจ้า บล็อคพี่ก้อยเจ้าของสูตร http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=jekyll-and-hyde&month=10-2006&date=17&group=9&gblog=7

    ระหว่างลวกผักก็ เริ่มหมักหมูทำแฮมเบิร์กสเต็กกันดีกว่า

    สูตรดังนี้จ้า

    หมูสับหรือเนื้อสับ     500 กรัม(แล้วแต่ปริมาณที่ต้องการจ้ะ เราผสมกัน 2 อย่างเลยค่ะ)

    หัวหอมสับละเอียด    1    หัว

    เกล็ดขนมปัง          1/2 ถ้วยตวง

    ไข่ไก่                 2    ฟอง

    เกลือ น้ำมันพืชหรือน้ำมันมะกอก พริกไทย เครื่องเทศตามชอบ ของเราใส่ออริกาโน่,เฮิร์บ ซีซันนิ่ง แล้วก็พาสเล่ย์แห้งนิดหน่อยใส่แล้วหอมๆดีค่า

    มาดูวิธีทำกันคร่าวๆนะคะ ก็เริ่มจากผสมหมูกับเนื้อให้เข้ากัน แล้วก็บรรเลงโปรยเครื่องปรุงต่างๆลงไป

    ใส่หัวหอมสับ ไข่ น้ำมันพืชลงไป แล้วจัดการขยำขยี้ให้เข้ากัน แล้วลองแบ่งมานิดใส่ไมโครเวฟชิมดูคะ ถ้าขยำแล้วเนื้อแล้วยังไม่เนียนๆใส่น้ำมันพืชเพิ่มอีกนิดก็ได้คะ เราใส่โชยุเพิ่มไปด้วยคะเพิ่มกลิ่นและรส

    เสร็จก็ปิดพลาสติกแร็ปใส่ตู้เย็นไว้ก่อน แล้วหันไปผัดผักโขมก่อนไม่เสียเวลา พอเอาผักโขมเข้าเตาอบ ก็มาปั้นเนื้อกันค่า  ใส่ถุงมือเพื่อความสะอาด อิอิ ก็จับขึ้นมาปั้นเป็นกลมๆแน่นๆก่อนแล้วกดให้แบนนิดๆ จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนสนุกแล้วอิอิ เอาเนื้อวางบนมือขวาก่อน จากนั้นก็เหวี่ยงใส่มือซ้าย โยนสลับไปสลับมาให้แบนจนพอใจเลยคะ

    แล้วเอาใส่ถาดไว้ ปั้นจนหมูหมดเลยค่ะ ตอนนี้ผักโขมก็อบได้ที่พอดี

    จากนั้นก็จัดการเอาลงทอดในน้ำมันหรือใครจะเอาเข้าเตาอบไปเลยก็ได้คะไม่เสียเวลาดี

     ระหว่างทอด กดๆให้แบนหน่อยนะคะ ทอดให้แห้งๆเกรียมๆหน่อย

    เสร็จไป 2 อย่างแล้ว มาดูอย่างสุดท้ายกันกับขนมปังกระเทียมค่า ไม่ยากอีกเช่นกันคะ

    เริ่มจากเอาเนยเค็มมาวางทิ้งไว้ข้างนอกให้นิ่มเหลว เราเอาออกมาตั้งทิ้งไว้ตั้งแต่เริ่มลวกผักโขมเลยคะ สับกระเทียมให้ละเอียดแล้วใส่ลงไปผสม ใส่พาสเล่ย์สับ หรือเครื่องเทศตามชอบลงไปคะ จะใส่แบบสดก็ได้นะคะ

    เหลือครึ่งกล่องพอดีทำในกล่องเลย อิอิ 

    หั่นขนมปังฝรั่งเศสเตรียมไว้ ใช้มีดฟันเลื่อยหั่นง่ายมากๆ

    จากนั้นก็จัดการเอาเนยกระเทียมที่เราทำเตรียมไว้มาทาบนขนมปังให้หมดเลยคะ แล้วจัดการใส่เข้าเตาอบไฟบน 180องศาเซลเซียส 5 นาที เอาแค่ขนมปังกรอบพอคะ 

    รูปนี้เป็นความผิดพลาดอีกอย่าง คือดันเอาถาดไปใส่เนื้อแฮมเบิร์กซะแล้ว เลยเอาขนมปังวางบนตะแกรงแล้วเอาเข้าอบเลย ผลคือ...เนยหยดซิคะ เละเต็มพื้นเตาเลย ฮือๆๆ

     

    และแล้วสำรับก็เสร็จเรียบร้อยแล้วคะ หม่ำได้เลย

     

    April 05

    และแล้วก็พบคำตอบ....กรณีICTบล็อคyoutube

    จากเว็บwww.yenta4.comคะ เป็นเราก็จะเข้าไปด่าเหมือนกัน เหอๆ ทำเพื่ออะไร หรือว่าจะเป็นคนเดียวกับที่เคยด่าท่านในเว็บอะไรซักอย่างนี่แหละ อันนี้สุดจะคาดเดารู้แต่

    หัวข้อ : "ไอซีที" สั่งบล็อกเว็บดัง "ยูทูบ" - ชี้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

    เมื่อวันที่ 4  เม.ย. รอยเตอร์และหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ รายงานข่าวว่า กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ตัดการสื่อสารไม่ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย เข้าชมเว็บไซต์ วิดีโอไฟล์ แชริ่งชื่อดังระดับโลก "ยูทูบ" www.youtube.com หลังจากพบว่ามีสมาชิกเว็บไซต์แห่งนี้เผยแพร่คลิปวิดีโอหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างรุนแรง อีกทั้งทางเว็บยูทูบยืนกรานไม่ยอมถอดคลิปดังกล่าว แม้จะได้รับการร้องขอจากกระทรวงไอซีที รวมทั้งมีคนไทยจำนวนมากเข้าไปเขียนกระทู้ต่อต้าน และเรียกร้องให้ลบคลิปนี้ทิ้งก็ตาม

    นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รมว.ไอซีที ให้สัมภาษณ์ว่า ทางการไทยแจ้งไปยังผู้จัดทำเว็บไซต์ยูทูบ เพื่อขอร้องให้ถอดคลิปนี้ออกไปหลายครั้ง ฝ่ายยูทูบไม่ยอมตอบสนอง และยังตอบกลับมาด้วยว่า เปิดดูคลิปที่มีปัญหาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรให้ต้องถอดออก ด้วยเหตุนี้ ไอซีทีจึงมีความจำเป็นต้องแบนเว็บไซต์ยูทูบจนกว่าจะยอมถอดคลิปดังกล่าว

    รอยเตอร์ระบุว่า สมาชิกยูทูบที่โพสต์คลิปหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ใช้ชื่อนามแฝงว่า Paddidda ตัวคลิปมีความยาว 44 วินาที จนถึงวันที่ไอซีทีสั่งแบนเว็บยูทูบช่วงกลางดึกคืนวันอังคารที่ 3 เม.ย. มีคนเข้าไปชมคลิปนี้แล้วราว 16,000 ครั้ง

    ด้านไฟแนนเชียลไทม์แจ้งว่า กรณีบล็อกเว็บฯยูทูบครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี พยายามใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสื่อสารกับกลุ่มผู้สนับสนุน และทำให้ตัวพ.ต.ท.ทักษิณมีโอกาสได้อยู่ในความสนใจของสังคมไทยตลอดเวลา

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการเข้าไปตรวจสอบข้อมูล Paddidda ในเว็บยูทูบ พบว่าลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 25 มี.ค. อ้างว่าอยู่ในสหรัฐอเมริกา อายุ 30 ปี และจงใจโพสต์คลิปวิดีโอหมิ่นสถาบันเบื้องสูงของไทยไว้เพียงคลิปเดียวเท่านั้น และเมื่อโพสต์เรียบร้อยแล้วไม่เคยใช้ชื่อ Paddidda เพื่อล็อกอิน หรือลงทะเบียนเข้าไปดูความเคลื่อนไหวของคลิปตัวเองอีกเลย

     ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ข่าวสด

     

    หัวข้อ : ไทยปิดเว็บ YouTube ฐานหมิ่นพระมหากษัตริย์

    กรุงเทพ – เอเอฟพีเปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ของทางการไทยเปิดเผยว่าได้มีการบล็อกเว็บไซต์เผยแพร่ภาพวิดีโอยอดนิยม “YouTube” หลังจากที่เว็บไซต์ดังกล่าวเผยแพร่ภาพคลิปหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์

    นายวิษณุ หมีอยู่ โฆษกกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ได้แจ้งให้เว็บ YouTube ถอดวิดีโอคลิปที่พิจารณาแล้วว่า คุกคามต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช แต่ทาง YouTube ก็มิได้ทำอะไร

    “เราทำการบล็อกเว็บไซต์ดังกล่าวตั้งแต่เช้าวันนี้ (4 เม.ย.) หลังจากที่เราพบว่า very insulting (หมิ่นประมาท) ต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” นายวิษณุกล่าวกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพี “เราร้องขอให้ YouTube ถอดคลิปนี้ออก แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ ถ้าเมื่อไหร่เขาถอดคลิปนี้ออก เราจะพิจารณายกเลิกการแบนเว็บ” เขากล่าว

    คลิปใน YouTube นี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน ศาลชั้นต้นของไทยตัดสินจำคุกพลเมืองชาวสวิสเป็นเวลา 10 ปี ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยการทำลายพระบรมฉายาลักษณ์หลายภาพหลังจากที่เขาเมาหัวราน้ำ

    โดยภาพคลิป 44 วินาทีของ YouTube เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถูกตกแต่งด้วยโปรแกรมกราฟิกและมีเสียงเพลงชาติไทยประกอบ ภาพหนึ่งแสดงให้เห็นภาพของพระองค์อยู่ใกล้กับภาพเท้า ซึ่งในทางพระพุทธศาสนา เท้าถือเป็นส่วนที่ต่ำที่สุด ซึ่งการวางภาพใกล้กันลักษณะนี้น่าจะทำให้เกิดการต่อต้านในประเทศไทยซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ

    ข้อมูลจาก YouTube พบว่า ผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าวอยู่ในสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ Google อินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่เป็นเจ้าของ YouTube และในแต่ละเดือนมีผู้ชมกว่า 70 ล้านครั้ง

    เอเอฟพีรายงานด้วยว่า พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวไทย เป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในไม่กี่บุคคลที่ได้รับการปกป้องจากกฎหมายที่มีบทลงโทษร้ายแรงที่ไม่อนุญาตให้มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

    ทั้งนี้ภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเจริญพระชนม์มายุครบ 80 พรรษาในเดือนธันวาคมนี้ ถูกประดับในทุกๆ อาคารสาธารณะและทั่วทั้งบริเวณริมทางเดินในเมืองใหญ่ๆ

    นายโอลิเวอร์ จูฟเฟอร์ ชาวสวิสเซอร์แลนด์วัย 57 ปี ได้สารภาพว่า ได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยพ่นสีสเปรย์ใส่พระบรมฉายาลักษณ์ที่ตั้งอยู่ใน จ.เชียงใหม่ ส่วนหนึ่ง ซึ่งศาลถือว่าเป็นอาชญากรรมที่คุกคามต่อศักดิ์ศรีของอำนาจอธิปไตย

    นอกจากนี้ยังมีการปิดกั้นเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศที่มีการนำเสนอข้อถกเถียงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หนังสือและภาพยนตร์ที่วิพากษ์วิจารณ์จากสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ถูกปิดกั้นด้วยเช่นกัน

    นายวิษณุ หมีอยู่ จากกระทรวงไอซีทียังกล่าวอีกด้วยว่า กระทรวงไอซีทีกำลังพิจารณามาตรการต่อเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีการทำลิงค์มายังคลิปวิดีโอดังกล่าวนี้ด้วย

    ที่มา:: ประชาชาติธุรกิจ

    April 04

    จะบล็อคไปทำม้ายยยยย ICT

     
    Nicole Scherzinger...

    และแล้วก็เกิดเรื่องเซ็งเป็ดเจ้าคะ ICTบล็อคเว็บ youtube.com ซะงั้น เปิดไม่ได้เลยเลยทำให้ลิงค์เพลงของป๋าโยสุดที่รักเราเจ๊งไปด้วยเลย เฮ้อ...

    เลยมาทำลิงค์ไว้ตรงนี้แทน ใครอยากฟังคลิ๊กฟังได้เลยนะคะ แต่คงไม่เพราะเท่าเวอร์ชั่นเล่นสดนะคะ เนื้อเพลงอยู่ในบล็อคล่างๆหน่อยใครอยากร้องตาม ลองลงไปดูนะคะ

     

    เมื่อซักเดือนที่แล้วก็มีเว็บ "ครัวไกลบ้าน"ซึ่งเป็นเว็บที่รวบรวมสูตรอาหารต่างๆไว้ให้สำหรับคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศได้หาสูตรกัน โดน ICT บล็อคเหมือนกัน

    อาจจะด้วยเหตุว่าเจ้าของเว็บใช้โฮสท์เมืองนอกเพราะเจ้าของเค้าอยู่เมืองนอก เห็นต้นตอลิ้งค์จากเว็บนอกเลยบล็อคหรือไงไม่ทราบ

    จนเจ้าของเว็บต้องไปโพสต์ขอความช่วยเหลือในเว็บพันทิพย์ ห้องก้นครัว ให้ช่วยกันส่งเมลไปที่ ICT เพื่อขอเปิดเว็บดังเดิม จนตอนนี้เว็บก็กลับมาให้ชาวไกลบ้านและไม่ไกลบ้านทั้งหลายได้พึ่งใบบุญหาสูตรอาหารกันอีกครั้ง

    ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันเกิดจากความโชคร้ายของเจ้าของเว็บหรือความ...อะไรก็ไม่รู้ของเจ้าหน้าที่กันแน่ เหอๆ ได้แต่ปลงกันต่อไปคนไทยเอ๋ย

    March 21

    Happy Birthday to my Daddy ^_^

    Happy Birth....day to you.....   Happy Birth....day to you.....  Happy Birth....day Happy Birth....day..... Happy Birthday.....to you.....  !!!
    ตามด้วยเสียงเป่าลม (ติดน้ำลายนิดๆ) ดับเทียนทั้ง 5 เล่ม บนเค้กส้มสีทองอร่าม  แล้วก็ตามด้วยเสียงหอมแก้มพ่อกันฟ่อดๆ อิอิ
    วันนี้วันเกิดคุณพ่อของจอยเองคะ  จอยใช้เวลาวันนี้ทั้งวันทำเค้กวันเกิดให้คุณพ่อ ยังไม่ค่อยพอใจกับผลงานเท่าไหร่นัก
    เพราะอบเสร็จ เราว่าเคาะพิมพ์ปรับความดันแรงแล้วนะ ไหงงงงงเค้กมันถึงหดได้ขนาดนี้อีกกกกกก...ไม่มีรูปให้ดูอ่ะ
    บอกได้แต่ว่ามันหดจากที่ใส่พิมพ์ 9 นิ้ว อบเสร็จพอเย็นเหลือแค่เท่าพิมพ์ 8 นิ้ว ฮือๆๆๆ แถมดันออกมาทรงเหมือนพุดดิ้งจะเอาด้านก้นขึ้นบนก็ไม่ได้อีก
    ก้นบานเหมือนคนทำเลย เลยได้หน้าตะปุ่มตะป่ำ บุ๋มตรงกลางอีกตะหาก  ปาดหน้าให้เรียบไม่ได้ ฮือๆๆๆ ไม่ได้ทำเค้กนานฝีมือตก วันหลังแก้ตัวใหม่ อิอิ
     
    หลังจากทำเค้กเสร็จ(กว่าจะปาดได้(เกือบ)เรียบ) ก็6 โมงกว่าๆ ครอบครัวจอย +เดวิดอีก 1 ก็ไปหม่ำฉลองวันเกิดพ่อกันที่ร้าน"มุมอร่อย"
    อาหารอร่อยมากกกกกกจริงๆ เป็นร้านอาหารทะเลในกรุงเทพอีกร้านที่ไม่ควรพลาดคะ อยู่ตรงถ.พระราม 4 ใกล้ๆ ม.กรุงเทพฯเลยคะ
     
    ว่าจะถ่ายรูปอาหารมาให้ดูดั๊นนนลืมเอากล้องไป..เฮ้อ....  ไม่เป็นไรมาดูหน้าตาเค้กกันดีกว่า
    สูตรเค้กใช้สูตรนี้คะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lita&group=6
    แต่จอยสไลด์เค้กเป็น 2 ชั้น และสอดไส้ด้วยซอสส้มและเนื้อส้มแมนดารินในน้ำเชื่อมยีห้อโดลคะ
    ทำออกมา 2 ชิ้น เล็กชิ้น ใหญ่ชิ้นคะ
    อันนี้ชิ้นเล็ก
     

    อันนี้ชิ้นใหญ่ให้พ่อ ก่อนจะจุดเทียน

    จุดเทียนแล้ว

    หลังร้องเพลงจบก็หอมกันฟ่อดๆ อิอิ มีความสุขมากๆนะคะคุณพ่อ

    ดูท่าตัดเค้กเค้า อิอิ พ่อหนูติงต๊องอ่ะ

    หม่ำกันได้เลยจ้า

     

    วันนี้ก็จบแคนี้ล่ะคะ ขอตัวไปนอนแล้ว เหนื่อยมากๆอ่ะ ทำคนเดียวหมดเลย อิอิ บายยยย

    March 19

    ชวนทำแกงกระหรี่ญี่ปุ่นจ้า

    เรื่องอาหารอีกแล้วเจ้าคะ เมื่อวานนี้เพิ่งทำไปสดๆ ทำไปแล้วเหมือนได้อาบเหงื่อต่างน้ำโดยไม่ต้องออกกำลังกาย อิอิ
    แต่คราวนี้ไม่มีรูปวิธีทำให้นะคะ เพราะทำอยู่คนเดียว แถมมือเลอะ กลัวกล้องจะตกลงไปในกะทะอีกตะหาก เลยมีแต่รูปตอนสำเร็จแล้วมา
    วิธีทำก็ไม่ได้ยากมาก เพียงแค่ซื้อก้อนแกงกระหรี่ญี่ปุ่นมาก็ทำได้อร่อยแน่นอนคะ ลองเลือกได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป มีระดับความเผ็ดหลายระดับ
    แต่ที่เค้าบอกว่าเผ็ดสุดๆแล้ว พี่ไทยก็ยังไม่รู้สึกเท่าไหร่หรอกคะ
    หน้าตาเครื่องแกงฯก้อน กับวิธีทำแบบมีภาพ ลองไปดูที่นี่นะคะ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=star-crystal&month=05-2005&date=20&group=24&gblog=8
    วิธีทำโดยรวมจะเอามาจากสูตรของคุณแจน แล้วเอามาปรับๆมั่วๆเองบ้างคะ 
    ทำมา 3 ครั้งแล้วไม่ผิดหวังคะ อาศัยครูพักลักจำจากสูตรในพันทิพย์หลายๆสูตรมาประมวณความคิดกัน ลองมาดูวิธีทำแบบของจอยกันเลยดีกว่าคะ
    ปริมาณวัตถุดิบ จริงๆกะๆเอาคะ แต่ทำทีไรกินได้ 3 วันขึ้นทุกที
     
    วัตถุดิบ
    1. เครื่องแกงกระหรี่ก้อน        1         กล่อง
    (เค้าว่าผสม 2 ยี่ห้อจะเข้มข้นขึ้น กล่องเล็ก-ใหญ่ตามปริมาณของด้วย)
    2. เนื้อหมูส่วนสันคอ หรือส่วนอื่นก็ได้ขอให้มีมันแทรกหน่อย 
    (ซื้อแบบแพค 2 ชิ้นมาอ่ะ)
    3. หัวหอม                        1           หัว
    4. แครอท                        1-2        หัว
    5. มันฝรั่ง                         4-5        หัว  (เค้าว่ายิ่งใส่เยอะยิ่งอร่อย)
     
    หลักๆก็มีแค่นั่นอ่ะนะ แต่ของจอยมีoptionเสริม หุหุ
    6. แอปเปิล                       1           ลูก
    7. ช็อคโกแลต                   ตามชอบ (ใส่แบบช็อคชิบไป 1 กำ)
    8. โยเกิร์ต                        1/2        ถ้วย
    (ใครไม่ชอบใส่นมได้ 100 มล.ล.หรือไม่ใส่เลยก็ได้)
    แล้วก็มี เกลือ พริกไทย น้ำผึ้งไว้ปรุงรส
    น้ำมัน+เนยจืดสำหรับผัดด้วยจ้ะ
     
    วิธีทำ
    1. ล้างผักทั้งหมด หั่นหัวหอมเป็นเส้นๆ หั่นแครอท มันฝรั่ง และเนื้อหมูเป็นชิ้นๆไม่ต้องเล็กมาก ไม่งั้นพอเสร็จแล้วจะไม่เหลือเป็นชิ้นเป็นอันเลยจ้ะ
    ส่วนถ้าใครใส่แอปเปิล ก็หั่นเป็นชิ้นๆพอคำ แล้วแช่น้ำเกลือสักครู่จะได้ไม่ดำ แล้วล้างน้ำสะอาด พักไว้กับพวกแครอท มัฝรั่งก่อน
    2. ตั้งกระทะ (ถ้าใครทำไม่เยอะก็ผัดในหม้อที่จะต้มไปเลย) เปิดไฟกลางใส่น้ำมันและเนยลงไปไม่ต้องเยอะเอาแค่ให้มีกลิ่นหอม
    พอเนยละลายหมด เอาหัวหอมลงผัดจนมีกลิ่นหอมและสุกใส เกรียมนิดๆ
    3. พอหอมสุกใส ก็ใส่แครอท มันฝรั่งและแอปเปิลลงไปผัดต่อ (แอปเปิลแนะนำให้ผัดด้วยนะคะ ไม่งั้นต้มเลยกลิ่นมันตุ่ยๆ)
    ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทย
    4. ผัดไปสักพักก็ใส่เนื้อหมูลงผัด จนเนื้อหมูเริ่มสุก และผักเริ่มเกรียมนิดๆ เติมน้ำหรือน้ำซุปลงไป ประมาณ3/4ของหม้อหรือพอท่วม
    5. ต้มจนเดือด ถ้ามีฟองก็ตักทิ้ง หรี่ไฟอ่อน ต้มไปเรื่อยๆจนแครอทเริ่มนุ่ม
    6. ยกลงจากเตาละลายเครื่องแกงครึ่งหนึ่งใส่ลงในหม้อ(อาจตักน้ำมาละลายข้างนอก หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วคนให้ละลายในหม้อก็ได้)
    7. นำขึ้นตั้งไปอีกครั้งเคี่ยวไปเรื่อยๆ ระวังติดก้นหม้อ ใครอยากใส่ช็อคโกแลต ใส่ลงไปเลยคะ ตามด้วยโยเกิร์ต
    ดูรายการญี่ปุ่นเค้าบอกว่าโยเกิร์ตจะช่วยรวมรสชาติของวัตถุดิบเข้าด้วยกัน
    8. พอคนทุกอย่างจนเข้ากันแล้วปิดฝาหม้อ ปิดไฟ พักไว้ 10 นาที ให้แกงซึมเข้าเนื้อ
    9. เปิดไฟ เคี่ยวต่อจนเดือด ละลายเครื่องแกงอีกครึ่งใส่ลงไป ชิมรสขาดเหลืออะไรเติมได้เลยจ้า
    10. สุดท้ายหลังจากปิดไฟแล้ว ใส่น้ำผึ้งลงไป 1 ช้อนชา เพื่อไม่ให้แกงฯจับเป้นก้อน คนให้เข้ากันก็ตักเสิร์ฟได้เลยคะ
     
    รูปนี้ทำครั้งแรกยังไม่ค่อยเข้าที่เท่าไหร่ หมูใช้สักนอกไร้มัน ออกมาแข็งมากๆ
     
    ครั้งที่ 2 เลยเปลี่ยนมาใช้สันคอ และหมักด้วย เพิ่มรสชาติให้เนื้อหมู และมีชีสบอลเพิ่มมาด้วยใครอยากลองทำมาดูสูตรกันเลย
    สูตรหมักหมู
    1. สับหัวหอมให้ละเอียด(แบ่งครึ่งหัวมาจากชีสบอล) หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นๆ
    2. นำเนื้อหมูมาคลุกกับหัวหอมสับ เติมซีอิ๊วญี่ปุ่น (หรือซีอิ๊วขาว) ผงกระหรี่ หมักทิ้งไว้ 1 ช.ม.
    เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาให้ทำการหมักหมูก่อนจะปอกและหั่นผักอย่างอื่น พอถึงเวลาผัดก็เข้าเนื้อพอดี
     
    ชีสบอล
    วัตถุดิบ
    1. หมูบด ประมาณ   2    ขีด
    2. หอมใหญ่          1/2 หัว สับละเอียด
    3. เกล็ดขนมปัง      1/4 ถ้วย
    4. ชีสสติ๊กหั่นเป็นชิ้น
    5. น้ำมันพืช          1    ช้อนโต๊ะ
    6. เกลือ  พริกไทย  ออริกาโน่
     
    วิธีทำ
    1. นำหมูบด หอมซอย เกล็ดขนมปัง  เกลือ  พริกไทย  ออริกาโน และน้ำมัน มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
    ชิมรสโดยแบ่งมานิดใส่ไมโครเวฟ ขาดเหลืออะไรใส่เพิ่มได้คะ
    2. แบ่งหมูบดมาปั้น โดยใส่ชีสสติกที่หั่นแล้วไว้ตรงกลาง แล้วห่อให้มิด ปั้นให้แน่นหน่อยนะคะ
    3. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน  พอน้ำมันร้อนก็นำชีสบอลลงทอดด้วยไฟกลาง ให้เกรียมหน่อย แล้วพักให้สะเด็ดน้ำมัน
    4. หลังต้มแกงกระหรี่ได้ที่แล้ว ใส่ชีสบอลลงไปต้มต่อในแกงประมาณ 15 นาที แล้วตักเสิร์ฟได้เลยคะ
     
    ของเราแกงเยอะเก็บไว้ทานหลายวันก็ไม่ต้องใส่ชีสบอลลงไปหมดคะแช่เย็นไว้  พออุ่นแกงจะทานค่อยใส่ลงไปตามที่ต้องการ
    กลัวอุ่นหลายที่ชีสบอลแหลกเหลวผสมกับแกงไปหมด อิอิ
    ผ่ากลางชีสเยิ้มมมมมมมมมม น่าหม่ำ แหง่มๆ  เอาไปหม่ำกับสปาเก็ตตี้ก็น่าอร่อยนา
     
    สามารถแปลงร่างเป็นอุด้งแกงกระหรี่ได้ด้วยนา อิอิ

    ขอให้อร่อยกันถ้วนทั่วนะคะ

    March 16

    ชวนทำหมี่เย็นกันจ้า

    และแล้วก็เริ่มเอาสูตรอาหารมาลงจนได้ อิอิ ใครอยากดูแบบเต็มๆก็ไปที่นี่นะคะ
     
    ในนี้เอามาฝากแต่หมี่เย็นเพราะคงมีคนชอบทานกันเยอะ
    ส่วนผสมคะ
    เส้นโซบะสีน้ำตาล (ของเราใช้แบบสีเขียวคะ ซื้อมานานและไม่ได้ใช่ซะที)
    เราใช้ 1 ซอง กิน 3 คนคะ (อิ่มอืดคะ อิอิ)

    ซอส
    ดาชิ                          2 1/2               ถ้วย
    ซีอิ๊วญี่ปุ่น                   1/2                  ถ้วย
    มิริน(Ajimirin)             1/4                 ถ้วย
    น้ำตาลทราย                1                    ช้อนโต๊ะ
    ปลาโอขูด                    2-3                ช้อนโต๊ะ (เราใช้ 1 ซองคะ)

    เครื่องเคียง (ปริมาณตามชอบเลยนะคะ)
    สาหร่ายโนริ
    วาซาบิ  (เราใช้แบบสดคะ มาเป็นหลอดงี้ รสจัดใช้ได้)
    ต้มหอมซอย
    หัวไชเท้าขูด
    เริ่มจากทำดาชิซุปก่อน หรือใครจะซื้อแบบผงซุปญี่ปุ่นสำเร็จรูปมาก็ได้คะ แต่มันจะไม่หอมและรสชาติไม่ดีเท่าทำสดนะคะ
    วัตถุดิบก็มี
    สาหร่ายคมบุ (ตัดให้มีขนาดกว้าง2 1/2 นิ้ว ยาว 4 นิ้ว)    1   ชิ้น
    คัตสึโอบุชิ (ปลาโอขูด)            2             ช้อนโต๊ะ
    น้ำ                                    8             ถ้วย

    หน้าตาสาหร่ายคมบุและปลาโอขูดคะ เดี๋ยวนี้หาซื้อง่ายขึ้นเยอะ เมื่อก่อนเจอที่เอ็มโพเรี่ยม
    เดี๋ยวนี้ที่วิลล่า ท็อปมีหมดเลยคะ
    วิธีทำ
    1. เอาผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดๆ มาเช็ดสาหร่ายคมบุให้หมดฝุ่น
    จากนั้นตัดสาหร่ายสลับฟันปลา แต่อย่าให้ขาดจากกันนะคะ
    ดูออกมั๊ยเนี่ย แหะๆ
     
     
    2. ตวงน้ำใส่ลงในหม้อ เอาเอาสาหร่ายลงไปแช่นาน 30 นาที
    ครบเวลาแล้วก็น้ำหม้อขึ้นตั้งไฟกลางจนเดือดสักครู่ แล้วตักสาหร่ายออก
    3. ใส่ปลาโอขูดลงไปต้มต่อให้เดือด ปิดไฟ ยกลงกรองด้วยกระชอนและผ้าขาวบาง
    จะได้น้ำซุปใสๆสีเหลืองทอง  หอมกลิ่นสาหร่ายและปลาโอขูด
    ซุปพร้อมแล้วมาดูส่วนประกอบทำหมี่เย็นกัน
     
     
    วิธีทำซอส
    1. ต้มดาชิบนไฟกลาง เติมซีอิ๊ว  มิริน  และน้ำตาล  ขอเน้นนิดนึงว่าชิมด้วยนะคะ
    อย่าเพิ่งเทพรวดเดียวหมดทุกอย่างนะคะ เพิ่มลดตามชอบคะ รสจะเค็มๆหวานๆ รสจัดนิดนึงเวลาทานกับเส้นจะพอดีคะ
    2. พอเดือดใส่คัตสึโอ ต้มต่อสักครู่ ถ้ามีฟองก็ช้อนออก  ปิดไฟ
    3. ยกลงกรองผ่านกระชอน+ผ้าขาวบางเอาแต่น้ำซอส พักไว้จนเย็นแล้วเอาใส่ตู้เย็นช่องธรรมดา จนเย็นฉ่ำชื่นใจ
     
     
    วิธีเตรียมเส้น
    1. ต้มน้ำใส่หม้อใบใหญ่หน่อยบนไฟแรงจนเดือด ใส่เกลือป่น 1 ช้อนชา แล้วใส่เส้นโซบะลงต้ม
    มี ทริค 2 อย่างมาบอกค่า อย่างแรกคือการเอาเส้นลงต้ม
    ขั้นแรกกำเส้นเอาไว้ให้ปลายเส้นเท่าๆกันหน่อย แล้วจิ้มไปตรงกลางหม้อแบบนี้
    แล้วก็ปล่อยให้มันบานเป็นดอกไม้ แบบนี้ อิอิ
    ไม่รู้ทำไปทำไมเหมือนกัน แต่ชอบเล่นง่ะ สนุกดี เคยเห็นในการ์ตูนเวลาเค้าลอกเส้นสปาเก็ตตี้น่ะคะ
    คิดว่าคงช่วยให้เส้นกระจายตัว โดนความร้อนทั่วๆมั๊ง...นะ แหะๆ
    พอเส้นข้างล่างเริ่มนิ่ม จะค่อยยุบตัวลง เอาตะเกียบคนเบาๆให้เส้นลงไปในน้ำให้หมดเลยคะ
     
    ทริคอย่างที่ 2 อันนี้ตามตำราคะ ไม่ได้มั่วเอง
    พอน้ำเริ่มเดือดอีกครั้ง ให้เติมน้ำลงไป 1 ถ้วย ต้มจนเดือดแล้วเติมน้ำลงไปอีก 1 ถ้วย ทำซ้ำประมาณ 3-4 ครั้ง
    การทำแบบนี้จะทำให้เส้นสุกโดยด้านนอกของเส้นจะไม่เละคะ  ถ้าต้มทีเดียวสุก บางทีเส้นจะเริ่มเละๆด้านนอกยุ่ยๆ
    แต่พอทำแบบนี้ เส้นที่ได้ เหนียวนุ่มกำลังดี และไม่เละด้วยคะ
    พอครบ 4 ครั้ง ลองคีบขึ้นมา 1 เส้นเอาไปล้างน้ำเย็นแล้วชิมดูนะคะว่าสุกพอมั๊ย เอาสุกแค่ไหนตามชอบเลยคะ
    เมื่อสุกจนพอใจแล้ว ตักขึ้นผ่านน้ำเย็นเพื่อให้เส้นหยุดสุก  (จอยเทใส่กระชอนใหญ่แล้วล้องน้ำก็อกเอาคะ)
    พักให้สะเด็ดน้ำ แล้วคลุกด้วยน้ำมันเล็กน้อยกันเส้นติดกันคะ
     
    พอน้ำซุปเย็นได้ที่แล้ว ก็มาขูดหัวไชเท้ากันคะ จะทานเมื่อไหร่ค่อยขูดนะคะ
    หัวไชเท้าขูดกินสดๆนี่หวานช่ำ กรุบกรอบอย่าบอกใครเลยคะ
      
     
    เสร็จเรียบร้อยแล้วค่า ใครอยากลองหม่ำบ้าง อ้ามมมม
    March 14

    อัพเดท

    วันนี้ไม่มีไรเขียน แค่มาบอกว่า ใส่รูปของX-Japanเพิ่ม ให้เพื่อนๆดูเล่น อิอิ
    วันนี้ที่ร.ร.(KPN) มีคนบ้าเพลง I'll be your love เพิ่มอีก 2 คน  พอดีโตโต้ ธุรการหนุ่มชอบX-Japanเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอส่งเพลงนี้ให้ คุณเธอเล่นเปิดทั้งวันตั้งแต่เมื่อวาน 
    วันนี้หนูเม ธุรการสาวอีกคนมา  ฟังแล้วชอบมากๆ ขอเนื้อไปร้องแล้วเนี่ย (ก็โดนเปิดกล่อมทั้งวันนี่นะ 555)
    ไม่ได้อยากให้เพื่อนๆมากรี๊ดกร๊าดX-Japanเป็นเพื่อนหรอกนะคะ  แค่อยากแบ่งปันเพลงเพราะซัก 1 เพลงให้เท่านั้น แต่ใครจะหันมาชอบวงนี้เป็นเพื่อนเราก็ไม่ว่าอะไร อิอิ
     
    วันนี้ก็เข้าไปโพสต์ในมายสเปซของโยชิกิเป็นที่เรียบร้อย ก็ไม่มีอะไรคะ  แค่อยากให้กำลังใจเค้าบ้าง เพราะงานเธอหนักเหลือเกินแทบไม่ได้นอน
    แล้วก็มีคนรุมถามว่า เมื่อไหร่จะรวมวงใหม่ เพลงที่แต่งให้ฮิเดะ(มีแต่เปียโน)จะให้โทชิ(นักร้องวงXที่ ลาออกจากวง โยชิกิเลยประกาศยุบวง)มั๊ย 
    ป๋าโยเธอก็บอกว่ายังคงเจ็บปวดจากเรื่องวงXที่แตกไป กับการตายของฮิเดะยังไม่หาย ยังทำใจที่จะกลับมารวมกันไม่ได้
     
    เพลงของX-japanเป็นเพลงแรกที่เราได้ร้องเพลงต่อหน้าสาธารณะ ทำให้เรารู้ว่าเราเองก็ร้องเพลงได้ดีพอสมควร(หรือเค้าหยุดฟังกันเพราะเพลงของXหว่า อิอิ)
    และก็ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น(เมื่อก่อนขี้อายมากๆอ่ะ แค่สั่งอาหารเองยังไม่กล้าเลย) จนวันนี้ได้มาเป็นครูสอนร้องเพลงนี่แหละคะ
    สำหรับเราเค้าไม่ถึงขนาดเป็นพระเจ้า..แต่เป็นฮีโร่ในดวงใจตลอดมา 
    ช่วงซัก 9-10 ปีก่อนนั้นที่มีกระแสแรงมากๆ ก็มีแต่คนมารุมด่าว่าพวกเรา ว่า บ้าบ้าง ปัญญาอ่านบ้าง ไร้สาระบ้าง ไม่ใช่พ่อแม่จะไปเทิดทูนมันทำไมบ้าง
    เข้าเว็บไหนต้องมีคนมาป่วนมาด่าตลอด จริงๆใครจะมาวิจารณ์วงเค้าเราก็ไม่ถึงขนาดแตะต้องไม่ได้หรอกนะคะ แต่มันรู้สึกแย่เท่านั้นเอง
    ไอ้ที่ยังน้อยใจอยู่คือ หลังจากนั้นไม่นาน ละครของวงเกาหลีวงนึงเข้ามา คนชอบกันสุดๆ พวกสื่อที่เคยรุมด่าเด็กที่ชอบX ก็ช่วยกันนำเสนอวงเกาหลีวงนี้ ดันวงนี้จนดังทะลุฟ้า
    ....ไม่เห็นมีใครมันมาด่า มาว่าบ้างเลยเว้ย เออ แปลกดี  คงเพราะมีการนำเข้ามาแบบเป็นทางการละมั๊ง อิอิ  ไม่โกรธนะไม่โกรธ แต่น้อยใจอ่ะ แหะๆ
     
    เราก็ชอบของเราแบบนี้ตลอดมาอ่ะนะ และก็คงจะชอบตลอดไปด้วย
    วันนี้แค่นี้แหละ บายจ้า
    March 12

    Yoshiki fever's!!!...back again ^_^;

    เมื่อคืนระหว่างเซิร์ชหารูปโยชิกิ ไปๆมาๆ ก็บังเอิญไปเจอมายสเปซของโยชิกิจริงๆเข้า ดีใจแทบกรี๊ดเลยคะ
    ตั้งแต่จบมัธยมมาเข้ามหาวิทยาลัย ก็แทบจะไม่ได้ติดตามข่าวสารของสมาชิกวงX-Japanอีกเลย แต่ก็ยังเก็บเรื่องราวและความรู้สึกรักวงนี้ไว้ในใจเสมอ
    เมื่อคืนพอได้เห็นรูปและรื้อฟื้นเรื่องราวของพวกเค้าใหม่ เหมือนต่อมความบ้ามันปะทุแตกออกมาไงไม่รู้ อิอิ 
    ทีนี้ก็สามารถรับรู้ข่าวของเค้าได้โดยตรงผ่านทางบล็อคของเค้าเลย ดีใจมากๆ ดีใจที่เค้ายังคงสบายดี
    มีแฟนๆที่ชื่นชอบจากทั่วโลกแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมและโพสต์ความรู้สึกที่มีต่อผลงานของเค้า ซึ่งก็คงเป็นกำลังใจให้เค้าได้มากทีเดียว
    ส่วนเรา...แหะๆเขินง่ะ ไม่กล้าพิมพ์ไรไปเลย เพราะภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะแข็งแรง ให้อ่านอ่ะได้ แต่ให้พูดให้พิมพ์อะไรเนี่ยยากง่ะ คิดไม่ออกซะงั้น 
    แต่แค่ได้อ่านเรื่องราวของเค้า และรู้ว่าเค้าสบายดี ยังคงทำงานเพลงออกมาเรื่อยๆ....แค่นี้ก็มีความสุขมากๆแล้วล่ะคะ
     
    แล้วก็ได้รู้ว่าอัลบั้ม"Violet UK"ที่ป๋าเธอใช้เวลาทำนานนนนนน เกือบจะ 10 ปีมาแล้วนั้น....ก็ยังไม่ได้ออกซะที...เฮ้อ....ป๋าจะละเอียดไปป่าวคะเนี่ย
    แต่ป๋าก็ลองปล่อยเพลงมาให้ลองฟังกันบ้างแล้ว ซึ่งเพลงแรกที่ปล่อยเป็นเทส มิกซ์ ชื่อเพลง"Sex And Religion"มาให้ฟังทางItunes Japan ก็ติดชาร์ทขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ทItunesทันที
    ได้ฟังตัวอย่างแล้ว ก็ออกร็อคแบบผสมๆอีเล็กโทนิค...ละมั๊ง เราก็ไม่แน่ใจเรื่องแนวเพลงเท่าไหร่
    และอีกเพลงที่ออกมาแล้วก็คือเพลงนี้คะ I'll be your love ซึ่งเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้ Nicole Scherzinger จากวงThe Pussycat Dolls มาร้องให้
    ยังคงมีกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ของ X-Japanอยู่ แต่ก็เพราะดีนะคะ เนื้อเพลงก็ดีด้วย จะออกร้องแบบเพลงคลาสสิก โดยมีวง Tokyo City Philarmonic Orchestra เล่นให้ด้วย

    ลองคลิ๊กดูได้ที่WMPที่อยู่ทางซ้ายมือนะคะ  ป๋าโยเธอ ยังหน้าตาเหมือนเดิมเลย ไม่รู้โบท็อกซ์อ่ะป่าว 555 แต่หนูยังรักป๋าเหมือนเดิมนะคะ อิอิ
    เนื้อเพลงค่า
     

    I'll Be Your Love

    Lyrics Yoshiki Music Yoshiki

    I'll be your love
    I'll never make you feel, feel alone
    If yesterday blindfolds your eyes
    I'll bring you tomorrow

    There's a time
    You feel like you are lost
    Fell the night will never end
    Through the daybreak
    It's hard to hold on
    But there is tomorrow
    Brings you to your senses
    As the sun will make it's way

    You'll make it there
    To the place where reality and dreams
    And love will be together
    I'll keep the light from fading
    If the clouds blind your way
    And the wind sways your faith

    I'll be your love, I'll be your light
    I'll never make you feel, feel alone
    If yesterday blindfolds your eyes
    I'll bring you tomorrow
    Let me see you smile

    Don't you cry
    Over the past
    Some days might be gray
    And dreary
    Not easy to leave
    To leave it behind
    'Til the rain stops in silence
    I'll be there to hold your heart

    I'll be with you
    'Til you find the reason for love
    We take it for granted
    We'll keep the time from fading
    ''cause the world is here to stay
    Your hope is deeper than pain

    I'll be your love, I'll be your light
    I'll never make you feel, feel alone
    If yesterday blindfolds your eyes
    I'll bring you tomorrow

    If you would believe
    Believe in the world
    A vision of love
    And the strength inside your heart
    You'll find a way

    I'll be your love, I'll be your light
    I'll never make you feel, feel alone
    If yesterday blindfolds your eyes
    I'll bring you tomorrow
    I'll be your love, I'll be your light
    I'll never make you feel, feel alone

    March 11

    Dry your tears with love..

     
    07_-_Tears.mp3

    เพลงโปรดจ้า พยายามจะลงหลายรอบ เอาแบบนี้ละกันนะ  เพลงของ X-Japan วงที่เราเคยบ้ามากๆ

    ถึงจะแตกวง ถึงป๋าเดะจะตายไปแล้ว ก็ยังเป็นวงดนตรีหนึ่งเดียวในดวงใจตลอดมา เพราะการได้รู้จักกับวงนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราก้าวเข้าสู่ถนนสายดนตรี

    เพลงนี้มีชื่อว่า Tears เป็นเพลงแรกของวงนี้ที่เราได้ฟัง แล้วก็หลงรักเลยคะ ความยาวประมาณ 10 นาทีนิดๆ ถือว่ายาวพอสมควรทีเดียว ป๋าโยเธอชอบแต่งเพลงยาวๆ แต่เนื้อเพลงเศร้าน้ำตาตกทุกเพลงเลย

    ลองฟังกันดู ชอบไม่ชอบอย่างไร บอกได้นะจ้ะ

    Tears
    Artist : X-JAPAN
    Tears
    
    Artist : X-Japan
    Words&Music : Yoshiki


    Intro : Bm/C#m/D/Bm/C#m/D/E/A/E/F#m/E/D/E

    A/E F#m/E D E A
    doko ni yukeba ii anata to hanarete
    A/E F#m/E D E A
    ima wa sugisatta toki ni toikakete
    E/F#M C#m D D
    naga sugita yoru ni tabidachi o yume mita
    F#M C#m D E
    ikoku no sora mitsumete kodoku o dakishimeta
    A E F#m/E/D Bm E
    nagareru namida o toki no kaze ni kasanete
    A E F#m/E/D Bm E
    owaranai anata no toiki o kanjite
    D/E F#m D/E
    DRY YOUR TEARS WITH LOVE DRY YOUR TEARS WITH LOVE

    Intro : Bm/C#m/D/Bm/C#m/D/E

    A/E F#m/E
    LONELINESS YOUR SILENT WHISPER
    D E A
    FILLS A RIVER OF TEARS THROUGH THE NIGHT
    A/E F#m/E
    MEMORY YOU NEVER LET ME CRY
    D E A
    AND YOU, YOU NEVER SAID GOOD-BYE
    E/F#m C#m
    SOMETIMES OUR TEARS BLINDED THE LOVE
    D E
    WE LOST OUR DREAMS ALONG THE WAY
    F#m C#m
    BUT I NEVER THOUGHT YOU'D TRADE YOUR SOUL TO THE FATES
    D E G
    NEVER THOUGHT YOU'D LEAVE ME ALONE
    C Em Am
    TIME THROUGH THE RAIN HAS SET ME FREE
    F Dm G
    SANDS OF TIME WILL KEEP YOUR MEMORY
    C Em Am
    LOVE EVERLASTING FADES AWAY
    F Dm G
    ALIVE WITHIN YOUR BEATLESS HEART
    F / G Am
    DRY YOUR TEARS WITH LOVE
    F / G
    DRY YOUR TEARS WITH LOVE

    Intro : C/G/Am/F/G/C/E/F/G/E/Am/Em/F/G/E/Am/Em/F/G/Bb

    C Em Am F Dm G
    nagareru namida o toki no kaze ni kasanete
    C Em Am F Dm G
    owaranai kanashimi o aoi bara ni kaete
    F / G Am F / G
    DRY YOUR TEARS WITH LOVE DRY YOUR TEARS WITH LOVE
    C Em Am F Dm G
    nagareru namida o toki no kaze ni kasanete
    C Em Am F Dm G
    owaranai anata no toiki o kanjite
    F / G Am F / G Am
    DRY YOUR TEARS WITH LOVE DRY YOUR TEARS WITH LOVE
    F / G Am F / G
    DRY YOUR TEARS WITH LOVE DRY YOUR TEARS WITH LOVE

    Intro : F/C/G/Am/F/C/G7/F/C/G/Am/F/G/C/G/Am/Em/F/C/G
    (Repeat untill fade out)
    ............................................................

    ในอดีต...ไม่ว่าหัวใจปรารถนาจะไปหนแห่งใดก็ไม่เคยห่างจากเธอ

    หากแต่วันนี้..มันเป็นเพียงอดีตที่ผ่านพ้นไป

    กับช่วงเวลาเหล่านั้น เคยอยากจะตั้งคำถาม

    กับยามค่ำคืน..ที่แสนยาวนานเหลือเกิน

    เคยเฝ้ามองการออกเดินทางในความฝัน

    เคยจ้องมองดินแดนแห่งท้องฟ้าที่ห่อหุ้มความโดดเดี่ยวไว้

    น้ำตาที่รินไหล...สายลมแห่งช่วงเวลาที่ทับถม

    ความรู้สึกหนักใจของเธอไม่เคยสิ้นสุด

    เช็ดน้ำตาของเธอ...ด้วยความรัก

    ความเดียวดายที่ต้องพบเจอ...เสียงกระซิบอันเงียบงันของเธอ

    เติมสายธารแห่งหยาดน้ำตาให้เต็มล้น

    ในยามราตรี...ในความทรงจำ...เธอไม่เคยปล่อยให้ชั้นต้องร้องไห้

    ....และเธอไม่เคยเอ่ยคำร่ำลา....

    บางเวลา...ที่หยากน้ำตาบดบังความรักของเรา

    แล้วเราก็ทำความรักหล่นหายไปตามทาง

    แต่ฉันไม่เคยคิดว่า...เธอจะยอมขายวิญญาณให้แก่ชะตากรรม

    ไม่เคยคิว่า..เธอจะทอดทิ้งให้ฉันเดียวดาย

    ท่านกลางสายฝนที่ทำให้ฉันสัมผัสความรู้สึกอิสระ

    เม็ดทรายแห่งการเวลาจะเก็บความทรงจำของเธอไว้

    ความรักไม่รู้จบ...ได้จางลงไปแล้ว

    แต่ความรุ่งโรจน์อยู่ภายในหัวใจที่ไร้จังหวะการเต้นของเธอ

    เช็ดน้ำตาของเธอเสียเถิด...ด้วยความรัก

    น้ำตาที่รินไหล...สายลมแห่งช่วงเวลาที่ทับถม

    ความเศร้ายังคงไม่สุดสิ้น...กุหลาบสีน้ำเงินได้แปรเปลี่ยนไปเสียแล้ว

    เช็ดน้ำตาของเธอเถิด...ด้วยความรัก

    น้ำตาที่รินไหล...สายลมแห่งช่วงเวลาที่ทับถม

    ความรู้สึกหนักใจยังคงไม่สิ้นสุด

    .......................................................

    เนื้อ+คอร์ดจากเว็บ http://www.musicatm.com/view.php?No=2822

    เนื้อแปลได้มานานแล้วซักเกือบ 10 ปีที่แล้วได้ ชอบคำแปลมากๆคนแปล แปลได้เพราะดีนะคะ

    ประวัติวงโดยย่อ ใครสนใจ เปิดอ่านได้จ้า http://en.wikipedia.org/wiki/X_Japan

    อั๊งงงง เปิดหารูปไปหารูปมาอาการบ้าป๋าโยกำเริบ ขอตัวไปเซฟรูปเก็บก่อน หุหุ

    โรคกรดไหลย้อน อาจร้ายกว่าที่คิด

    ขึ้นหัวข้อซะดูน่ากลัวเลย  เนื่องจากจอยเองก็คาดว่าตัวเองจะเป็นโรคนี้เหมือนกัน 
    จึงคาดว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อย ให้ระวังโรคที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่อันตรายพอสมควรทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกใช้เสียงแลกเงินอย่างเรา อิอิ
     
    ท้าวความซักนิด  เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตอนที่จะต้องไปสอบร้องเพลงกับทรินิตี้
    วันก่อนสอบวันเดียวความซวยมาเยือนเจ้าคะ อยู่ๆก็แสบคอแสบปาก เสียงแหบขึ้นมา จนต้องเลื่อนสอบวุ่นวายไปหมด แถมจะไปชนกับซ้อมรับปริญญาซะอีก  พาลจะทั้งไม่ได้สอบ และไม่ได้รับปริญญาซะงั้น
    แต่ก็โชคดีที่คุณครูที่สอนร้องเพลงแนะนำหมอ หู คอ จมูก ที่เก่งมากๆให้
    ตอนแรกเราก็นึกว่าเป็นคออักเสบธรรมดา แต่ เอ๊ะ..ทำไมหมอตรวจแล้วถามว่าเรอบ่อยมั๊ย กดๆตรงข้างจมูก(โพรงไซนัส) แล้วถามว่าเจ็บหรือเปล่า
    ไอ้เราก็ เอ๋อๆ เอ มันเกี่ยวไรหว่า ก็ตอบไปว่าไม่เป็นไร หมอก็สั่งยาให้ แล้วนัดให้มาหาอีกครั้งอีก 1 อาทิตย์
    เราก็เริ่มสังเกตุตัวเองว่า เออ..เรอบ่อยจริงๆแฮะ แถมรู้สึกว่ามันเหมือนมีน้ำมูกไหลจากจมูกลงคอตลอดเวลา ไม่เหมือนเวลาเป็นหวัดมีเสมหะซะด้วย
    แถมรู้สึกว่าจะเป็นโรคกระเพาะซะด้วย เพราะช่วงนั้นเครียดๆ แถมทำงาน(ไม่ได้ตังค์)แบบหักโหม ข้าวเที่ยงไม่ค่อยได้กิน
    พอถึงวันนัดพบก็บอกหมอว่าเรอบ่อยจริงๆ หมอถามเลยว่าเเป็นโรคกระเพาะหรือเปล่า น่าจะเป็น"กรดไหลย้อน"
    แก๊ซจากกรดในกระเพาะมันออกมาพร้อมกันการเรอด้วย เลยขึ้นมากัดคอ และก็เป็นไซนัสแบบอ่อนๆอีกต่างหาก หมอขอให้มารักษาจนกว่าจะหาย เพราะไซนัสควรจะรักษาแต่เนิ่นๆ
    แต่ก็ด้วยท่านพ่อมาบอกว่า ไม่ต้องไปหาแล้วววว ไม่เป็นหรอกกก หมอเลี้ยงไข้แน่ๆ พอนัดครั้งที่ 4 เลยไม่ได้ไปอีกเลย (พ่อชอบเงี่ย ถ้าเป็นไรหนักๆขึ้นมาจริงๆทำไง หึ!!!)
     
    ตอนนี้ก็รู้สึกโรคเดิมจะถามหาอย่างหนักอีกครั้งแล้วล่ะ หลังจากที่บางครั้งบางคราก็แสบคอแสบปากขึ้นมาซะงั้น ตื่นมาแสบคอ ปากขมๆเปรี้ยวๆ แถมเรอตลอด
    ขอให้เพื่อนที่มีอาการคล้ายๆแบบนี้ อย่านิ่งนอนใจนะคะ เพราะโรคนี้ นำไปสู่มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดลมได้ในกรณีที่ร้ายที่สุด
     
     

    ปัจจุบันทั่วโลกก็มีความตื่นตัวและศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้นนะคะ 

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    http://www.rcot.org/paraya_kron4.htm

    http://women.sanook.com/health/healthcare/sick_35087.phpลองอ่านดูนะคะ แล้วระวัง รักษาสุขภาพตัวเองกันด้วยเน้อ

     
    March 09

    งงๆ เง็งๆ กับ มาย สเปซ??

    ประเดิม มาย สเปซครั้งแรกด้วยความ งงๆ +เน็ตอืดเป็นเต่า ทำอะไรก็ไม่ค่อยเป็น แถมยังไม่รู้จะเขียนไรอีกตะหาก เหอๆ
    ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า มาย สเปซ ข้าเจ้าจะกลายเป็นบล็อคสูตรอาหารไปหรือเปล่า อิอิ
    ให้กำลังใจกันด้วยเน้อ ถ้ามีข้อแนะนำอะไรก็บอกกันได้จ้า
    แถมรูปดอกไม้ฉลองเปิดสเปซ...ให้ตัวเองซะงั้น อิอิ